
สั่งดูแลเข้มรพ.สุราษฎร์ธานี
ปลัด สธ. สั่งเพิ่มดูแลความปลอดภัย หลังญาติคนไข้ไล่แทงแพทย์-พยาบาล โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีในห้องฉุกเฉิน
ปลัด สธ. สั่งเพิ่มดูแลความปลอดภัย หลังญาติคนไข้ไล่แทงแพทย์-พยาบาล โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีในห้องฉุกเฉิน
นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รักษาราชการปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ทาง สธ.มีความเป็นห่วงแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี หลังเกิดเหตุญาติคนไข้ไล่แทงแพทย์และพยาบาลในห้องฉุกเฉิน เพราะโมโหที่ทำการรักษาล่าช้า จึงลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยมเพื่อให้กำลังใจ และดูแลความปลอดภัยเพิ่มเติมให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อสามารถดูแลชีวิตผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด เพราะต้องรักษาผู้ป่วยทุกคนโดยไม่ถือว่าบุคคลนั้นเป็นใคร
นพ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังสังคมโซเชียลได้แชร์คลิปของเฟซบุ๊ก “บันทึกหมอโหด” พบว่าเหตุเกิดเมื่อเวลา 20.35 น. วันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยกรณีดังกล่าวก่อนเกิดเหตุในห้องฉุกเฉินได้มีผู้ป่วยเข้ามารักษาจำนวนมาก และได้มีญาตินำผู้ป่วยรายที่เกิดเหตุเข้ารักษาด้วย โดยมีญาติ 1 คนคอยเฝ้าดูแลอาการอยู่อย่างใกล้ชิด ซึ่งทางแพทย์และพยาบาลกำลังให้การรักษาตามขั้นตอนอย่างละเอียด และญาติคนที่เฝ้าดูอาการอยู่มีความเข้าใจและรออยู่กับผู้ป่วยอย่างใจเย็น
ทั้งนี้ กระทั่งมีญาติผู้ป่วยรายที่เกิดเหตุเข้ามาอีก 2 คน รวมเป็น 3 คน พยาบาลจึงได้ขอให้เข้ามาเพียงคนเดียว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ในห้องฉุกเฉินที่รับคนไข้เข้ามาจำนวนมากสามารถทำงานได้สะดวก จนสร้างความไม่พอใจให้กับญาติคนดังกล่าว และเกิดการโต้เถียงและเกิดปัญหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ขึ้น ซึ่งถือเป็นความไม่เหมาะที่สุดที่เกิดเหตุทำร้ายร่างกายกันในสถานพยาบาล จึงแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายไปแล้ว
ด้าน นพ.อดิเกียรติ เอี่ยมวรนิรันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่ามีทั้งภาพที่เป็นลบ แต่ก็ได้กำชับบุคลากรในโรงพยาบาลทุกคนให้พยายามใช้จิตวิทยาในการสื่อสารกับคนไข้และญาติคนไข้ และยอมรับว่าบางครั้งการสื่อสารของบุคลากรบางคนของโรงพยาบาลอาจจะใช้วาจาไม่เหมาะสมอยู่บ้าง โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ที่ประจำในห้องฉุกเฉิน ต้องกำชับเป็นกรณีพิเศษ และเข้มงวดเรื่องระเบียบการอนุญาตให้ญาติผู้ป่วยเข้าห้องฉุกเฉินด้วย
“ขณะนี้ยอมรับว่าบุคลากรของโรงพยาบาลต่างตกใจและขวัญเสียกับเหตุดังกล่าวอยู่ และวิตกกับการรักษาความปลอดภัยพอสมควร เนื่องจากหวั่นเกิดซ้ำรอยขึ้นมาอีก” นพ. อดิเกียรติ กล่าว







