ในหลวง-พระราชินีเสด็จฯประทับวังไกลกังวล
ในหลวง-พระราชินีเสด็จฯจากศิริราชไปประทับวังไกลกังวล พสกนิกรเฝ้าฯรับเสด็จเนืองแน่น
ในหลวง-พระราชินีเสด็จฯจากศิริราชไปประทับวังไกลกังวล พสกนิกรเฝ้าฯรับเสด็จเนืองแน่น
เมื่อวันที่ 10 พ.ค. เวลา 13.56 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯลงจากที่ประทับ ชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ประทับรถตู้พระที่นั่ง โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับรถยนต์พระที่นั่งคันแรกทรงมีพระพักตร์แจ่มใส ส่วนสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประทับรถยนต์พระที่นั่งคันที่สองทรงมีพระพักตร์แจ่มใส โดยขบวนรถยนต์พระที่นั่ง เคลื่อนฯ จากชั้นใต้ดินอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้งสองพระองค์ทรงโบกพระหัตถ์และแย้มพระสรวลให้แก่พสกนิกรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จตลอดสองข้างทาง ยังความปลื้มปีติมาสู่พสกนิกรอย่างหาที่สุดมิได้ พสกนิกรบางคนถึงกับหลั่งน้ำตาแห่งความปลื้มปิติที่ได้เห็นล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงยิ่งขึ้น
สำหรับเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน รถยนต์พระที่นั่งแล่นผ่านหน้าตึกกายวิภาค เลี้ยวขวาผ่านตึกเทคนิคการแพทย์ ตึกอำนวยการ แล้วออกจากโรงพยาบาลศิริราชทางประตู 8 (ประตูท่าน้ำ) เลี้ยวขวาที่สี่แยกโรงพยาบาลศิริราช โดยตลอดทั้งสองข้างทาง พสกนิกรที่เฝ้ารอส่งเสด็จฯต่างโบกธงชาติไทยและธงตราสัญญาลักษณ์ ภปร. พร้อมกับเปล่งเสียงถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ จากนั้นขบวนเสด็จฯ ขึ้นสะพานอรุณอมรินทร์ ก่อนขึ้นทางยกระดับลอยฟ้าบรมราชชนนี ลงแยกฉิมพลี ไปทางถนนกาญจนาภิเษก เลี้ยวขวาเข้าถนนพระราม 2 มุ่งหน้าสู่ถนนเพชรเกษม ก่อนเข้าสู่วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
ขณะที่ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ มีพสกนิกรจำนวนมากเดินทางมาเฝ้าฯรับเสด็จโดยต่างสวมเสื้อสีเหลืองมาจับจองพื้นที่บริเวณถนนภายในโรงพยาบาลที่ขบวนเสด็จฯเคลื่อนผ่าน เพื่อจะได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด จนทำให้สองฝั่งถนนคับคั่งไปด้วยผู้คน ต่างนำพระบรมฉายาลักษณ์ พระบรมสาทิสลักษณ์มาแสดงถึงความจงรักภักดี และธง ภปร.โบกสะบัด
หม่อมอูม-วิยะดา อุมารินทร์ นักแสดงอาวุโส ได้ให้สัมภาษณ์ว่ามาเฝ้าฯตั้งแต่เที่ยงวัน แต่ให้เพื่อนๆมาจองที่ให้ก่อน แม้จะเข้าเฝ้าฯไม่บ่อย แต่หากมีเวลาจะมา ซึ่งครั้งนี้รู้สึกปลาบปลื้มใจมากเพราะได้เห็นพระพักตร์ที่แจ่มใสของพระองค์ชัดเจน เห็นภาพติดตาคือ สมเด็จพระนางเจ้าฯ แย้มพระสรวลให้ประชาชนด้วยพระเมตตาและโบกพระหัตถ์ให้ประชาชน เป็นภาพที่ประทับใจมาก เห็นแล้วน้ำตาไหล แบบไม่รู้ตัว เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า พระองค์ยังทรงแข็งแรงอยู่ คิดว่าคุ้มค่าที่สุดแล้วที่ได้มาเฝ้ารับเสด็จในครั้งนี้
นางอารีย์ โรจน์พันธุ์ อายุ 60 ปี ชาวบ้านป่าละอู อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้เดินทางมาเฝ้าฯรับเสด็จด้าหน้าวังไกลกังวล กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวว่า ทั้งสองพระองค์จะเสด็จฯกลับมาประทับยังวังไกลกังวล หัวหิน ก็รีบออกจากบ้านมาตั้งแต่เช้ามืดเพื่อเดินทางมาจับจองที่เพื่อเฝ้าฯรอรับเสด็จ เพราะรู้สึกปลาบปลื้มใจ เพราะทั้งสองพระองค์ได้เสด็จฯออกไปหาประชาชน ชาวบ้านในป่าเขาถิ่นห่างไกลทุกหนแห่งแม้หนทางจะลำบากเพียงใด ทรงไปเยี่ยมชาวบ้านไปสร้างความเจริญให้ได้มีถนนมีน้ำมีไฟฟ้าใช้ เลยตั้งใจมาเฝ้าฯรับเสด็จแม้อากาศจะร้อนเพียงใดลำบากแค่ไหนก็ตาม
"การรอของเราแค่นี้ไม่ได้แม้เพืยงเสี้ยวหนึ่งในหมื่นในแสนของพระองค์ท่านที่ลำบากเข้าไปหาประชาชนในพื้นที่ห่างไกลความเจริญที่ผ่านๆมาเลยนางอารีย์กล่าว
ด้าน นางกมลรัตน์ วิริยะภาพ อายุ 60 ปี ชาวบ้านจาก จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า ได้ติดตามข่าวการเสด็จพระราชดำเนินตามสถานที่ต่างๆมาโดยตลอด ซึ่งถ้ามีโอกาสก็จะไปเฝ้าฯรับเสด็จด้วยทุกครั้ง เพื่อให้ถวายความจงรักภักดี
"อยากให้ทั้ง 2 พระองค์ทรงเห็นประชาชนที่มารอรับเสด็จด้วยการโบกธงกันให้มากๆ ท่านจะได้รู้ว่ายังมีประชาชนที่รักพระองค์อยู่มากขนาดไหน ขอพระองค์ทรงพระเจริญ"นางกมลรัตน์กล่าว
อนึ่งสำนักพระราชวังจะงดลงนามถวายพระพร ณ ศาลาศิริราชร้อยปี โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. 2558 เป็นต้นไป
ภาพโดย...ภัทรชัย ปรีชาพานิช


