
บาทอ่อนได้อีก
รองนายกฯ เชื่อเงินบาทจะอ่อนได้อีก หากมาตรการทางการเงินของแบงก์ชาติอนุมัติได้ทั้งหมด ด้านเวียดนามลดด่องรอบ 2
รองนายกฯ เชื่อเงินบาทจะอ่อนได้อีก หากมาตรการทางการเงินของแบงก์ชาติอนุมัติได้ทั้งหมด ด้านเวียดนามลดด่องรอบ 2
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการผ่อนคลายเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนลงได้อีก เพราะจะสร้างสมดุลหลังมีคนขายเงินบาทเพื่อซื้อเงินเหรียญสหรัฐมากขึ้น และจะส่งผลดีกับภาคการส่งออกของไทย แต่จะดีขึ้นมากแค่ไหนต้องดูเรื่องเศรษฐกิจประกอบด้วย
ทั้งนี้ รัฐบาลหวังพึ่งเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนจะช่วยทำให้เศรษฐกิจของไทยดีขึ้น มากกว่าพึ่งอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง ซึ่งเมื่อมีการเซ็นอนุมัติมาตรการที่ ธปท.ออกมาทั้งหมด เชื่อว่าค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงได้มากกว่าที่เป็นปัจจุบัน
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า เงินบาทจะอ่อนค่าลงมากน้อยขนาดไหนขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในและนอกประเทศ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมามีหลายปัจจัยทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง ทั้งการลดดอกเบี้ยนโยบาย การออกมาตรการผ่อนคลายการเคลื่อนย้ายเงินทุน วันหยุดยาว และเศรษฐกิจสหรัฐที่เข้มแข็งขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่ามากกว่าสกุลเงินอื่น แต่หลังจากนี้คงต้องติดตามดูต่อไป
นายประสาร กล่าวด้วยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกอ่อนตัวกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากการส่งออกชะลอมาก ซึ่งเป็นปัญหาของหลายประเทศไม่ใช่เฉพาะไทย ส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจโลกที่มีการค้าขายลดลง มีการผลิตสินค้าใช้ภายในประเทศเองมากขึ้น เช่น เศรษฐกิจสหรัฐที่ฟื้นตัว แต่การนำเข้ากลับไม่ได้สูงขึ้นตาม
สำหรับค่าเงินบาท วันที่ 7 พ.ค. ปิดตลาดที่ 33.59 บาท/เหรียญสหรัฐ ยังคงอ่อนค่าลงทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง นักค้าเงินคาดว่าทิศทางค่าเงินบาทในวันที่ 8 พ.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของสัปดาห์ จะยังคงเคลื่อนไหวอ่อนค่าต่อเนื่องกรอบ 33.55-33.65 บาท/เหรียญสหรัฐ
ด้านธนาคารกลางเวียดนาม ประกาศลดค่าเงินด่องเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ เพื่อกระตุ้นภาคการส่งออก และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันกับคู่แข่งในภูมิภาค โดยจะลดอัตราอ้างอิงเงินด่องลง 1% ทำให้ค่าเงินด่องมาอยู่ที่ 21,673 ด่อง/เหรียญสหรัฐ โดยเวียดนามลดค่าเงินไปแล้วรวม 3 ครั้ง นับตั้งแต่ต้นปี 2557 ที่ผ่านมา
ขณะที่ค่าเงินในเอเชียอื่นๆ ปรับแข็งค่าขึ้นเป็นส่วนใหญ่ อันเป็นผลจากค่าเงินเหรียญสหรัฐที่อ่อนตัวลง หลังตัวเลขการค้าต่างประเทศของสหรัฐเดือน มี.ค. ขาดดุล 5.14 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และมีเสียงเตือนว่าตลาดหุ้นสหรัฐเริ่มแพงเกินไปแล้ว







