
ขุดสุสานมุสลิมเก่าที่สะเดาพบอีก6ศพ
สงขลา-เจ้าหน้าที่ขุดสุสานมุสลิมเก่าบ้านเกาะใหญ่พบอีก 6 ศพ ยังไม่ชี้ชัดใช่โรฮิงยาหรือไม่ ด้านตำรวจนำตัว 2 ผู้ต้องหาร่วมค้ามนุษย์ฝากขัง
สงขลา-เจ้าหน้าที่ขุดสุสานมุสลิมเก่าบ้านเกาะใหญ่พบอีก 6 ศพ ยังไม่ชี้ชัดใช่โรฮิงยาหรือไม่ ด้านตำรวจนำตัว 2 ผู้ต้องหาร่วมค้ามนุษย์ฝากขัง
เมื่อวันที่ 6 พ.ค.เจ้าหน้าที่เข้าตรวจพิสูจน์หลุมฝังศพต้องสงสัยภายในสุสานมุสลิมเก่าบ้านเกาะใหญ่ หมู่ 8 ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งได้ขุดหลุมศพทั้งหมด 8 หลุม ปรากฏว่าพบศพเพียง 6 ศพ เป็นหญิง 4 ศพ ชาย2 ศพ แต่ยังไม่สามารถที่จะชี้ชัดได้ว่าเป็นศพของชาวโรฮิงยาที่ถูกลักลอบนำมาฝังหรือไม่สภาพศพถูกฝังมานานเหลือเพียงโครงกระดูก ลักษณะของหลุมและการฝังศพนั้นแตกต่างจากหลุมฝังศพชาวโรฮิงยาที่พบจุดแรกบนยอดเขาแก้ว ภายในหลุมมีการปิดด้วยไม้กระดานเป็นอย่างดีและอยู่ลึก แต่หลุมศพชาวโรฮิงยาที่พบบนยอดเขาแก้วมีเพียงไม้ไผ่เท่านั้น
ด้านตำรวจ สภ.ปาดังเบซาร์ จ.สงขลา ได้ควบคุมตัวนายร่อเอน สนยาแหละ และนายอาหลี ล่าเม๊าะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.ปาดังเบซาร์ ซึ่งเป็น 2ใน 5 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในคดีโรฮิงยา จากที่ถูกออกหมายจับ 8 คน ข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ร่วมกันเรียกค่าไถ่ ไปฝากขังผลัดแรกที่ศาลจังหวัดนาทวีเป็นเวลา 12 วัน และคัดค้านการประกันตัว
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคนยอมรับสารภาพแล้ว ซึ่งนายร่อเอน ทำหน้าที่ส่งเสบียงให้โรฮิงยาบนยอดเขาแก้ว ส่วน นายอาหลี ทำหน้าที่ดูต้นทางความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่และรวมกันทำมานานประมาณ 1 ปี นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีอีก 3 คน คือ นายประสิทธิ์ เหล็มเหล๊ะ รองนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ นายพรรคพล เบ็ญล่าเต๊ะ และนายเจริญ ทองแดง มีรายงานว่าได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวแล้วเช่นกัน







