
ของแพงกระหน่ำ
...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล
หลังวิกฤตการเมืองคลี่คลาย ธุรกิจค้าขายกลับคืนสู่ความคึกคักอีกหน รับเศรษฐกิจขาขึ้นเต็มตัว
ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคดาหน้าขยับขึ้นเรียงตัว หลังจากอัดอั้นมานาน ได้เวลาเรียกทุนคืน เพิ่มกำไร
เข้าทำนอง น้ำขึ้นต้องรีบตัก ไม่โกยช่วงนี้ จะไปโกยช่วงไหนให้เสียโอกาส
จากการสำรวจการซื้อขายในตลาดสดคลองเตย ไม่เฉพาะผู้บริโภคเท่านั้นที่บ่นของแพง แม้แต่พ่อค้าแม่ค้าก็บ่นเหมือนกันว่า ของรับมาขายต่อ ต้นทุนเพิ่มขึ้นทุกวัน เรียกว่าราคาแซงหน้ากว่าทุกปีที่ผ่านมา
ยกตัวอย่าง ผักชี เกรดดี ราคาปีที่แล้วแค่ กก.ละ 60 บาท ปีนี้ทำสถิติน่าตกใจพุ่งแตะ กก.ละ 300 บาท ก่อนค่อยๆ ปรับลงมาเหลือ กก.ละ 220 บาท ผักชีฝรั่ง ก็ไม่น้อยหน้า สร้างสถิติใหม่ กก.ละ 120 บาท จาก กก.ละ 20 บาท
ต้นหอม ราคาผันผวนยิ่งกว่าราคาหุ้น จาก กก.ละ 25 บาท เคยพุ่งไปถึง กก.ละ 150 บาท ก่อนจะไหลกลับลงมาเหลือ กก.ละ 6070 บาท มะเขือเทศสีดา 2 วันที่ผ่านมา ราคา กก.ละ 15 บาท พอมาวันนี้ทะยานพรวด กก.ละ 60 บาท ผักกาดหอม จาก กก.ละ 70 บาท เพิ่มเป็น กก.ละ 130 บาท ผักขึ้นฉ่าย จาก กก.ละ 40 บาท เป็น กก.ละ 170 บาท
กลุ่มผักชนิดอื่น ทิศทางราคาก็เป็นไปแนวทางเดียวกัน แต่หวือหวาน้อยกว่า อาทิ รากผักชี ผักคะน้า จาก กก.ละ 15 บาท ขยับขึ้นไปอยู่ที่ กก.ละ 45 บาท แตงกวา จาก กก.ละ 8 บาท ขยับสูงสุดขึ้นไปอยู่ที่ กก.ละ 30 บาท พริกขี้หนูเขียว จาก กก.ละ 3035 บาท ขยับเป็น กก.ละ 60 บาท
เหตุผลแสนง่ายแต่ยากทำใจรับไหว บรรดาผู้ค้าส่งผักอ้างอากาศร้อน เวลาขนย้ายผลผลิตเสียหายมาก ของเลยเหลือน้อยไม่พอขาย จำเป็นต้องปรับราคาเพิ่ม
บางรายอาการหนักถึงขั้นอ้างกระแสฟุตบอลโลก ผู้บริโภคดูบอลอยู่กับบ้าน เลยไม่ค่อยกินค่อยจ่าย ร้านค้าก็พลอยขาดลูกค้าไปด้วย ทำเอายอดขายในตลาดสดหายไปถึง 45% ราคาของเลยแพงขึ้นอย่างที่เห็น
หลากเหตุผลที่ฟังแล้วดูจะไร้เหตุไร้ผลสิ้นดี แต่ความจริงที่ปรากฏก็คือ ราคาผักสดปรับขึ้นไม่หยุดจนน่าตกใจ แถมราคาเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงวันต่อวัน ขึ้นแต่ละวันก็ไม่ใช่แค่บาทสองบาท แต่ขึ้นทีหลายสิบบาท บางชนิดถึงขั้นขึ้นรวดเดียว 100 บาท ก็มีมาแล้ว
เวลาไปจ่ายตลาด ผู้บริโภคที่ทำครัวเอง กระทั่งผู้ประกอบการร้านอาหาร จึงต้องอาศัยการตัดสินใจเฉพาะหน้าว่าจะสู้ราคา หรือถอยหลังไปเลือกซื้อสินค้าอื่นแทน
กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน อาทิ สบู่ ผงซักฟอก แชมพูสระผม และเครื่องปรุงรสที่ใช้ประกอบอาหาร ราคาสินค้าส่วนใหญ่ก็ปรับเพิ่มถ้วนหน้าเช่นกัน เพียงแต่ความร้อนแรงไม่เท่ากลุ่มผักสด
ร้านค้าอ้างว่า ผู้ผลิตเลิกจัดโปรโมชัน ลด แลก แจก แถม หันมาขายราคาเต็ม เลยดูเหมือนว่าสินค้าราคาแพงขึ้น แต่จริงๆ แล้วก็ยังขายตามราคาเดิม ตามที่แจ้งให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ไว้จนถึงสิ้นเดือน ก.ย.นี้
ดีหน่อยก็กลุ่มสินค้าเนื้อสัตว์ ในตลาดสดขนาดใหญ่ เนื้อหมู ถ้าเป็นหมูเนื้อแดงสะโพก กก.ละ 110 บาท ต่ำกว่าราคาสำรวจของกรมการค้าภายใน ที่ระบุไว้ กก.ละ 115120 บาท
ผู้ขายให้เหตุผลว่า ราคาในตลาดใหญ่โดยมากจะถูกกว่าตลาดย่อย เพราะสั่งของเข้าตลาดคราวละจำนวนมาก คุ้มกับค่าขนส่งในแต่ละรอบ
ขณะที่ราคาไข่ไก่ ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงให้ความร่วมมือตรึงราคาหน้าฟาร์มไว้ที่ฟองละ 2.80 บาท ทำให้ราคาขายปลีกไข่ไก่เบอร์ 3 ฟองละ 3.20 บาท ไข่ไก่เบอร์ 2 ฟองละ 3.30 บาท และไข่ไก่เบอร์ 1 ฟองละ 3.40 บาท
น่าสังเกตเหมือนกันว่า นี่แค่ผ่านช่วงวิกฤตจากเหตุชุมนุมมาไม่นาน ราคาสินค้ายังทะยานขึ้นร้อนแรงขนาดนี้ แนวโน้มอันใกล้ เงินเฟ้อเดือน มิ.ย. คงได้พุ่งต่อเนื่อง เพราะได้แรงกระตุ้นสวยหรูจากรัฐบาลที่กำลังหาช่องระดมเงินก้อนโต ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 5%
น่าเห็นใจก็แต่ลูกจ้างและพนักงานนอกระบบราชการ ยังขาดการเหลียวแลทั้งจากรัฐบาลและนายจ้าง รายได้นิ่งสนิท สวนทางเศรษฐกิจขาขึ้น
ถ้าปัญหาการก่อหนี้และเหตุอาชญากรรม ตั้งแต่คดีเล็ก ฉก ชิง วิ่งราว ไปจนถึงคดีใหญ่ ปล้น ฆ่า นับจากนี้ไปจะเพิ่มขึ้น เพราะเศรษฐกิจขาดสมดุลในเรื่องรายได้ของประชากร ก็คงจะไม่แปลกแต่อย่างใด







