
ยุทธศาสตร์ฟื้นศก.ภูมิภาค
หอการค้าไทยจัดประชุมใหญ่คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาค 5 ภาค เพื่อร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์รายภาค นำไปใช้ในภาคปฏิบัติ ฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น และเสนอต่อรัฐบาลใช้เป็นแนวทางบริหารประเทศต่อไป โดยมีรายละเอียดดังนี้
วิโรจน์ จิรัฐิติกาลโชติ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ กล่าวว่า ภาคเหนือจะมุ่งเน้นเป็นเมืองศูนย์กลางด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว กระจายสินค้าของกลุ่มอณูภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) และเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกสินค้าเกษตรประเภทข้าว ผัก และผลไม้
ด้านการท่องเที่ยว จะจัดให้มีโครงการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ท่องเที่ยวแบบ Long Stay เป็นต้น เนื่องจากวิกฤตการเมืองครั้งที่ผ่านมา ภาคเหนือได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวที่ลดลงค่อนข้างมาก การท่องเที่ยวแบบ Long Stay จึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะสามารถแก้ปัญหาได้
ด้านเกษตรกรรม จะมุ่งเน้นการพัฒนาเกษตรปลอดภัย ต่อยอดสู่เกษตรอินทรีย์ ด้านโลจิสติกส์จะผลักดันรถไฟรางคู่ ตามเส้นทางความร่วมมืออนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) และการขนส่งทางน้ำ(ท่าเรือน้ำลึก) เพื่อลดต้นทุนทางการขนส่ง ส่วนการลงทุน ผลักดันการค้าการลงทุนในเขตพื้นที่ชายแดน ในบริเวณประเทศเพื่อนบ้าน สอดคล้องกับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในนาคต โดยจะส่งเสริมให้นักลงทุนออกไปทำธุรกิจในเชิงรุก สร้างศูนย์กระจายสินค้ายังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าของไทย และนำลูกค้ากลับเข้าสู่ประเทศมากขึ้น
ขณะที่การดำเนินงานภายใต้แผนปรองดองแห่งชาติ จะลดความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ ช่วยพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร พัฒนาเพื่อยกระดับสินค้า โดยมีเป้าหมายให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชัน โดยตรวจสอบผ่านคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด
สมชัย ไกรครุฑรี ประธานคณะกรรมการฯ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ภาคอีสานจะมุ่งเน้นพัฒนาการท่องเที่ยวมากกว่าการลงทุนภาคอุตสาหกรรม เพราะสามารถกระจายรายได้ดีกว่า ตลอดจนส่งเสริมจังหวัดติดชายแดนที่มีอยู่มากในภาคอีสานให้เชื่อมโยงโลจิสติกส์ เพื่อใช้ประโยชน์จากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเพื่อแก้จุดอ่อนภูมิประเทศที่เป็นที่ราบสูง โดยสร้างระบบรางคู่เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง
ด้านแผนปรองดองฯ เสนอให้หอการค้าไทยจัดให้มีเครื่องมือสื่อสาร เช่น เคเบิล วิทยุ เพื่อสื่อสารประชาชนรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ส่วนการป้องกันและปราบปรามคอรัปชั่น ต้องดูแลงบประมาณเหมือนบริษัทเอกชน และให้ตั้งหน่วยงานเฝ้าระวังการใช้งบประมาณ ผ่านการรวบรวมรายงานการใช้งบประมาณ เพื่อประเมินว่ามีการใช้จ่ายคุ้มค่าหรือไม่
ปรัชญา สมะลาภา ประธานคณะกรรมการฯ ภาคตะวันออก กล่าวว่า ภาคตะวันออกต้องการให้พื้นที่นี้เป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม ที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นฐานการเพิ่มมูลค่าผลิตผลทางการเกษตร และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติระดับโลก ซึ่งจะต้องปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีทางการผลิต เพื่อเพิ่มผลิตภาพทางการผลิตของภาคอุตสาหกรรมและส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจท่องเที่ยว เป็นต้น
การสนับสนุนแผนปรองดองฯ เสนอว่าต้องเริ่มสร้างความสามัคคีภายในองค์กรหอการค้าไทยก่อน ส่วนความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ต้องเน้นสร้างการออมในภาคเกษตร เพราะพื้นที่นี้เกษตรกรค่อนข้างมีรายได้มาก แต่ก็ใช้จ่ายฟุ่มเฟืย และการป้องกันและปราบปรามคอรัปชั่น เสนอให้คณะกรรมการหอการค้าทุกจังหวัดต้องส่งกรรมการไปร่วมเป็นกรรมการที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐในทุกโครงการ
ยง รุ่งเรืองธัญญา ประธานคณะกรรมการฯ ภาคกลาง กล่าวว่า ภาคกลางต้องการเป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม เกษตรกรรมเพื่อการส่งออก และค้าชายแดน รวมถึงศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จึงต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ เพราะเป็นแกนหลักสำคัญของการผลิตในพื้นที่นี้
ขณะที่แผนปรองดองฯ จะผลักดันให้เกิดการจัดตั้งองค์กรกลางให้คำปรึกษาและลดความแตกแยก จัดการจับคู่ธุรกิจ งานแสดงสินค้า เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ โดยทุกงานต้องดำเนินการอย่าโปร่งใส ตรวจสอบได้ และองค์กรเอชชนต้องมีความรับผิดชอบต่อสั่งคม
สมกิจ อนันตเมฆ ประธานคณะกรรมการฯ ภาคใต้ กล่าวว่า ภาคใต้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเล เป็นฐานผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยางพารา/ปาล์มน้ำมันของประเทศ และเป็นฐานการผลิตสินค้าฮาลาลของอาเซียน แต่มีปัญหาเรื่องการแรงงานต่างด้าว จึงต้องการให้มีการตั้งศูนย์แรงงานต่างด้าว







