posttoday
ผบ.ทร.เปิดศูนย์แก้ไขประมงผิดกม.มั่นใจทัน 6 เดือน

ผบ.ทร.เปิดศูนย์แก้ไขประมงผิดกม.มั่นใจทัน 6 เดือน

01 พฤษภาคม 2558

ผบ.ทร.เปิดศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย มั่้นใจทันเส้นตาย 6 เดือน

ผบ.ทร.เปิดศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย มั่้นใจทันเส้นตาย 6 เดือน

เวลา 14.00น.วันที่ 1 พ.ค. ที่ศูนย์บัญชาการการแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมาย(ศปมผ.) กองทัพเรือพล.ร.อ.ไกสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือในฐานะผู้บัญชาการศปมผ.โดยมีหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วมอาทิกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทยกระทรวงแรงงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และส่วนราชการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

โดยพล.ร.อ.ไกรสร กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ได้ให้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการการแก้ไขการทำประมงผิดก ฎหมาย ( ศปมผ.) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการประมงที่ผิดกฎหมายการป้องกันยับยั้ง และขจัดการประมงที่ผิดกฎหมาย ร้อมทั้งขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ถือเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศรวมกับหน่วยงานต่างๆ โดยตนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะทำให้ ศปมผ.เป็นกลไกที่สำคัญมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย พร้อมทั้งขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ด้วยการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับมาตรฐานการประมงไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมทั้งบรรเทาความเดือนร้อนของผู้ประกอบการประมงให้เป็นรูปธรรมและยั้งยืนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าศปมผ.จะเป็นเริ่มต้นเสริมกำลังทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนสานผลประโยชน์แก้ปัญหา การทำประมงผิดกฎหมายพร้อมทั้งขาดการรายงานและไร้การควบคุม ให้บรรลุผลสำเร็จ

จากนั้น พล.ร.อ.ไกรสร ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจาก ศปมผ. ได้จัดทำระบบเรียบร้อยแล้วจะปฎิบัติงานทันทีตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทางนายกรัฐมนตรี สั่งให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปซึ่งทุกอย่างมีความพร้อม90%แล้วสำหรับการแก้ไขปัญหาโจทย์หลักต้องเอาเรือประมงเข้ามาอยู่ในกรอบ ถือไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ต้องดำเนินการเกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว สำหรับแผนการดำเนินงานนั้นทางกองทัพเรือจะติดตามการทำงานของทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องว่าสามารถตอบโจทย์ของอียูมากน้อยแค่ไหนซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำหนดเวลาให้แก้ปัญหาภายใน3เดือนโดยเราจะทำให้ดีที่สุดและต้องตอบโจทย์ของอียูเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ นอกจากนี้เราจะศึกษาตัวอย่างจากประเทศต่างๆที่ประสพปัญหาเหมือนกับประเทศ ว่าเขามีแนวทางดำเนินการอย่างไร เพื่อให้หลุดจากใบเหลือง ตลอดประเทศที่ยังไม่หลุด โดยเราจะมีการประชุม ศปมผ. ในเดือนพ.ค. อีก 2 ครั้งคือวันที่ 6 พ.ค.และ18 พ.ค.นี้

"เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน การแก้ไขปัญหาต้องใช้เวลาโดยเฉพาะการติดเครื่องติดตามเรือประมง หรือ วีเอ็มเอส ในเรือที่มีน้ำหนักเกิน60ตัน มีประมาณกว่า5,000 ลำ จะให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จในวันสองวันคงเป็นไปไม่ได้ คิดว่าทางอียูคงเข้าใจ นอกจากนี้ความร่วมมือของเรือประมงถือเป็นประเด็นหลักสำคัญ เพราะเรือทั้งในอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน มีประมาณ30,000 กว่าลำ และยังไม่รวมเรือนอกน่านน้ำด้วย" พล.ร.อ.ไกรสร กล่าว

พล.ร.อ.ไกรสร กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการในการตรวจตราเรือประมงทีทำผิดกฎหมายนั้น หากเทียบกับอัตราส่วนของเจ้าหน้าที่แล้ว มีความแตกต่างพอสมควร แต่เราจะใช้วิธีการสุ่มตรวจเรือเข้าออก

"ผมมั่นใจว่าเราสามารถแก้ไขปัญหาได้เสร็จทันภายใน 6 เดือนตามที่อียูได้กำหนดไว้ แต่จะทำให้ประเทศไทยหลุดจากใบเหลืองหรือไม่นั้น ผมไม่ได้เป็นผู้ตัดสิน เพราะทางอียูจะต้องมาประเมินอีกครั้ง อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหายังไม่จำเป็นต้องใช้ มาตรา 44 มาบังคับใช้ แม้ว่าจะเป็นเครื่องมือช่วยให้ปฎิบัติงานได้เร็วขึ้นก็ตาม"พล.ร.อ.ไกรสร กล่าว


ด้าน นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่าเพิ่มเติมว่า เงื่อนไขที่ทางอียูจับจ้องอยู่นั้น มี 4 เงื่อนไข คือ  1.เรือ จดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ ตลอดจนการติดเครื่องมือวีเอ็มเอส 2.คน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมการปกครองและกระทรวงแรงงาน เพื่อจดทะเบียนแรงงานประมงตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย. นี้ 3.เครื่องมือที่ใช้ในการประมงต้องถูก ต้อง และ 4. สถานที่ทำการประมง โดย ศปมผ. จะตรวจสอบ4เงื่อนไขนี้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะประสพความสำเร็จนั้น นอกจากเจ้าหน้าที่ต้องบูรณาการอย่างแข็งขันแล้ว สมาคมประมง ตลอดจนสื่อมวลชน ต้องช่วยกันรณรงค์ให้ผู้ประกอบอาชีพประมงนำเรือและคนมาขึ้นทะเบียน ตอลดจนเครื่องมือมาจดทะเบียนอาชญาบัตรให้เรียบร้อย

ทั้งนี้  ศปมผ. มุ่งดำเนินงานภายใต้นโยบายการบริหารงานที่สำคัญได้แก่ 1.การปรับปรุงกฎหมายและแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประมงให้มีมาตรฐานสากล การนำแผนปฏิบัติการแห่งชาติในการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุมไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว รวมถึงปรับปรุงความร่วมมือกับรัฐชายฝั่งที่เรือไทยไปทำประมง

2.กลุ่มงานจัดระเบียบเรือประมงเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในกิจการประมงของไทย โดยจัดให้มีศูนย์ให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่เรือประมงแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Fishing One Stop Service ประจำในแต่ละจังหวัดชายทะเลเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการด้านเอกสารทางราชการ และปรับปรุงประสิทธิภาพในการจดทะเบียนเรือการออกและการขอต่อใบอนุญาตทำการประมง รวมทั้งการจัดทำฐานข้อมูลด้านการประมงให้พร้อมสำหรับระบบติดตามเรือประมงและระบบการตรวจสอบย้อนกลับ

3.กลุ่มงานด้านการติดตามเรือประมงและการตรวจสอบย้อนกลับเพื่อก่อให้เกิดผลดีด้านเศรษฐกิจการประมงที่ตามมา ให้มีการจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก-ท่าเรือ การให้เรือประมงตั้งเครื่องติดตามเรือประมงและศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางทะเล ดำเนินการบูรณาการข้อมูลข่าวสารทางทะเลที่เกี่ยวข้อง โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชื่อมต่อข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศเพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ภาพสถานการณ์ทางทะเล และปฏิบัติหน้าที่เป็นศูนย์ติดตามควบคุมและเฝ้าระวังเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการทำการประมงที่ผิดกฎหมายและให้ระบบการตรวจสอบย้อนกลับมีความครบถ้วนสมบูรณ์โดยเร็วที่สุด รวมทั้งปรับปรุงระบบการออกเอกสารการรับรองการจับสัตว์น้ำให้มีประสิทธิภาพ

4.กลุ่มงานบังคับใช้กฎหมายโดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายให้มีเอกภาพและปฏิบัติงานได้อย่างประสานสอดคล้อง โดยให้หน่วยงานภาครัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมายกับเรือไทยที่ทำการประมงในน่านน้ำไทยและน่านน้ำอื่น ๆ อีกทั้งปฏิบัติตามกฎหมายและการบริหารจัดการประมงระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพ

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน