posttoday
การปฏิรูปกฎหมายทำแท้งของอังกฤษ (9)

การปฏิรูปกฎหมายทำแท้งของอังกฤษ (9)

28 เมษายน 2558

โดย...นายแพทย์วิชัย  โชควิวัฒน

โดย...นายแพทย์วิชัย  โชควิวัฒน

แพทย์ผู้มีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปกฎหมายทำแท้งของอังกฤษอีกท่านหนึ่ง คือ ศ.มัลคอล์ม พอตส์ (Malcolm Potts) อดีตกรรมการบริหารสมาคมปฏิรูปกฎหมายทำแท้ง และศาสตราจารย์ด้านประชากรและวางแผนครอบครัวแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียวิทยาเขตเบิร์คเลย์

นพ.พอตส์ มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับปัญหาการทำแท้งตั้งแต่ยังเป็นแพทย์รุ่นเยาว์ โดยระหว่างฝึกอบรมเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางสูติศาสตร์ ช่วงเป็นแพทย์ประจำบ้านอยู่ที่โรงพยาบาลมิลเดิลเซกส์เหนือ ในกรุงลอนดอน นพ.พอตส์ต้องตื่นขึ้นกลางดึกทุกคืนเพื่อขูดมดลูกให้แก่หญิงที่ไปทำแท้งแล้วตกเลือดมา นพ.พอตส์ได้เห็นปัญหาความทุกข์ของหญิงเหล่านั้นและเห็นว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดที่เกิดเรื่องเช่นนั้น

ต่อมา นพ.พอตส์เข้าไปทำงานที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของยูนิเวอร์ซิตี้คอลเลจ ในกรุงลอนดอน ได้ไปทำงานกับ ศ.นพ.วิลนิกสัน สูติแพทย์ผู้มีชื่อเสียงและมีบทบาทสำคัญในเรื่องการทำแท้งและการวางแผนครอบครัว ท่านผู้นี้จริงๆ แล้วทำแท้งให้หญิงเพียงปีละ 1-2 รายเท่านั้น แต่ถูกเพื่อนแพทย์หัวอนุรักษ์ตั้งฉายาว่า “มือทำแท้งแห่งถนนกาวเวอร์” (The abortionist of Gower Street) จะเห็นว่าปัญหาเรื่องทำแท้งเป็นเรื่องที่เห็นต่างกันมาก และสูติแพทย์อาวุโสในอังกฤษนั้นต่อต้านการทำแท้ง ซึ่งตรงข้ามกับสมัยปัจจุบันมาก

นพ.พอตส์กลับไปเคมบริดจ์เพื่อศึกษาต่อในวิทยาเอ็มบริโอ ซึ่งเพิ่งเป็นวิชาใหม่ในวงการแพทย์  ที่นั่น  นพ.พอตส์พบว่ามีคลินิกบริการวางแผนครอบครัวให้แก่หญิงที่ยังไม่แต่งงาน นพ.พอตส์ได้เข้าร่วมงานนั้น และกลายเป็นหมอผู้ชายคนแรกที่ทำงานในคลินิกของมารี สโตปส์ (Marie Stopes) นักรณรงค์เรื่องวางแผนครอบครัวคนสำคัญ และได้เข้าร่วมงานในสมาคมปฏิรูปกฎหมายทำแท้งด้วย

สมัยนั้น แพทย์ที่สนับสนุนการปฏิรูปกฎหมายทำแท้งจะถูกต่อต้านจากฝ่ายตรงข้ามว่า เป็นพวกต้องการหากินกับการทำแท้ง แต่สถานะที่มาจากวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และก็ไม่ได้รับทำแท้งด้วย เมื่อ นพ.พอตส์แสดงทัศนะสนับสนุนเรื่องนี้ จึงมีน้ำหนัก โดยฝ่ายตรงข้ามไม่มีประเด็นโจมตีกลับได้

ช่วงปี พ.ศ. 2508-2509 วีรา ฮูตันหาทุนได้ จึงส่ง นพ.พอตส์ไปศึกษาดูงานในประเทศทางยุโรปตะวันออก ซึ่งเป็นประเทศสังคมนิยม และมีความก้าวหน้าในเรื่องการทำแท้งกว่าอังกฤษมาก โดยกฎหมายเปิดกว้างทำให้มีประสบการณ์การทำแท้งถูกกฎหมายอย่างกว้างขวางมาแล้วหลายปี การศึกษาดูงานครั้งนั้นเป็นการเข้าไปใน “หลังม่านเหล็ก” ผ่านเครือข่ายของวีรา ฮูตัน โดยเฉพาะในสมาพันธ์วางแผนครอบครัวนานาชาติ นพ.พอตส์พบว่ามีการใช้เครื่องมือสุญญากาศเป็นอุปกรณ์การทำแท้งกันอย่างกว้างขวางแล้ว ซึ่งเป็นวิธีการที่ปลอดภัยกว่าวิธีการขูดมดลูกที่ยังใช้กันในอังกฤษมาก นพ.พอตส์มีโอกาสใช้เครื่องมือนี้ด้วยตนเองในคลินิกแห่งหนึ่งระหว่างการศึกษาดูงานครั้งนั้นด้วย

เมื่อกลับไปอังกฤษ เล่าเรื่องเหล่านี้ให้เพื่อนแพทย์ฟัง แพทย์อาวุโสหลายคนฟังแล้วไม่เชื่อ บอกว่าเป็นไปไม่ได้ เรื่องที่เล่า “เหมือนบอกว่าคนเดินไปบนผิวน้ำได้”

สถานะที่เคยเป็นเจ้าอาณานิคมที่เอาชนะประเทศจำนวนมากทั่วโลก จนสามารถสร้างจักรวรรดิที่ “พระอาทิตย์ไม่ตกดิน” ทำให้วงการแพทย์อังกฤษถือว่าประเทศของตนก้าวหน้าที่สุด และไม่เชื่อว่าประเทศค่ายคอมมิวนิสต์หลังม่านเหล็กจะพัฒนาวิธีการทำแท้งให้ก้าวหน้ากว่าอังกฤษได้

การณ์ก็ปรากฏแล้วว่า วงการแพทย์อังกฤษเป็นฝ่ายผิด เครื่องดูดสุญญากาศที่ใช้ในยุโรปตะวันตกสมัยนั้น แม้ยังเป็นเครื่องดูดไฟฟ้า แต่ก็ช่วยให้การทำแท้งเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยมาก ต่อมาไม่นาน ฮาร์วีย์ คาร์เมน นักจิตวิทยาอเมริกัน สามารถประดิษฐ์เครื่องดูดที่ใช้ง่ายและสะดวกขึ้นมาก โดยดัดแปลงจากกระบอกฉีดยาขนาด 50 ซีซี และมีการพัฒนาต่อเนื่องจนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เป็นมาตรฐานในปัจจุบัน

ความล้าหลังในวงการแพทย์อังกฤษขณะนั้น ทำให้กฎหมายทำแท้งที่ออกมา แม้ถือเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ แต่ก็มีการสร้างข้อจำกัดเรื่องสถานที่ทำแท้งให้ต้องทำแบบรับไว้เป็นคนไข้ใน ข้อจำกัดดังกล่าว นพ.พอตส์ ถือเป็น “ความผิดพลาด” สำคัญข้อหนึ่งของกฎหมาย และอังกฤษต้องใช้เวลาอีกกว่า 20 ปี ที่หญิงอังกฤษจะสามารถเข้าถึงบริการทำแท้งแบบคนไข้นอกเป็นการทั่วไปได้

อย่างไรก็ดี การปฏิรูปกฎหมายทำแท้งครั้งนั้น ได้สร้างคุณูปการมากมาย คือ 1) สามารถลดอัตราตายของหญิงที่เสียชีวิตจากปัญหาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ลงได้อย่างมากมาย เพราะจากสถิติพบว่าเกือบ 1 ใน 3 ของการเสียชีวิตของมารดาเกิดจากการทำแท้ง กฎหมายที่ปฏิรูปแล้วทำให้การตายจากปัญหาดังกล่าวหมดไป 2) เพราะปัญหาจากการทำแท้งสร้างทุกข์ทรมานแก่หญิงจำนวนมาก ทำให้อังกฤษปฏิรูปกฎหมายทำแท้งก่อนการปฏิรูปเรื่องวางแผนครอบครัว และเพราะเหตุดังกล่าวการปฏิรูปกฎหมายทำแท้ง ทำให้กฎหมายเรื่องวางแผนครอบครัวออกมาได้ง่ายขึ้น และมีประสิทธิผลดีขึ้น 3) การปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษก่อผลกระทบต่อนานาชาติ นอกจากประเทศในเครือจักรภพที่ปฏิรูปกฎหมาย ยังเกิดการปฏิรูปกฎหมายนี้ทั้งในสหรัฐและยุโรป ซึ่งสามารถแก้ไขให้ “ก้าวหน้า” กว่าอังกฤษ โดยเฉพาะในประเด็นให้สิทธิในการตัดสินใจแก่หญิงมากขึ้น การปฏิรูปกฎหมายในอังกฤษจึงมีผลช่วยชีวิตหญิงทั่วโลกมากกว่าในอังกฤษเสียอีก

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่