posttoday
จุรินทร์ติงรธน.ให้อำนาจนายกฯล้นฟ้าย้ำพร้อมให้ความเห็นกมธ.

จุรินทร์ติงรธน.ให้อำนาจนายกฯล้นฟ้าย้ำพร้อมให้ความเห็นกมธ.

27 เมษายน 2558

"จุรินทร์" พร้อมให้ความเห็นกมธ.ยกร่างฯ ติงให้อำนาจนายกฯ​เป็นพยัคฆ์ติดปีกดำดินได้ ห่วงเปิดช่องคนในตระกูลใดตระกูลหนึ่งโดดมาเป็นนายกฯ

"จุรินทร์"  พร้อมให้ความเห็นกมธ.ยกร่างฯ ติงให้อำนาจนายกฯ​เป็นพยัคฆ์ติดปีกดำดินได้  ห่วงเปิดช่องคนในตระกูลใดตระกูลหนึ่งโดดมาเป็นนายกฯ 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ​กรณีกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่งสัญญานประสงค์รับฟังความเห็นจากฝ่ายการเมืองว่า หากเป็นจริงก็ยินดีให้ความร่วมมือ กับกมธ.ไม่ว่ารูปแบบใด โดยพร้อมระบุมาตราที่ควรตัดทิ้งหรือปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้รัฐธรรมนูญ เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย ลดความขัดแย้งและเป็นที่ยอมรับได้ 

อย่างไรก็ตาม ขอให้รับฟังอย่างจริงจัง และต้องตระหนักว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นที่ยอมรับได้นั้นไม่ใช่แค่เพียงผ่านความเห็นชอบจาก สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แต่ที่สำคัญคือต้องผ่านความเห็นชอบจากคนทั้งประเทศด้วย 

นายจุรินทร์​ กล่าวว่า การตั้งโจทย์ว่าที่ผ่านมาไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะรัฐบาลมีอำนาจมากเกินไป สามารถทำอะไรก็ได้โดยไม่เกรงใจประชาชน แต่พอเขียนร่างรัฐธรรมนูญออกมากลายเป็นไปเปิดทางให้คนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นนายกฯได้ซึ่งขัดหลักการประชาธิปไตย ทั้งเขียนให้นายกฯยิ่งมีอำนาจล้นฟ้าขึ้นไปอีก กลายเป็น"พยัคฆ์ติดปีกแถมดำดินได้"  ถึงขั้นสามารถเสนอกฎหมายด้วยวิธีพิเศษและดำดินหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ด้วย

"กรณีนายกฯคนนอกนั้นแต่เดิมอ้างว่าจะให้เป็นได้เฉพาะในภาวะวิกฤตและในช่วงเวลาจำกัดเช่นไม่เกิน1ปีเพื่อแก้วิกฤตเท่านั้น แต่พอร่างรัฐธรรมนูญออกมาใน ม.172 กลายเป็นว่าสามารถเป็นได้แม้ในภาวะปกติ ขอเพียงแค่ได้เสียง2ใน3ของสภา และสามารถเป็นได้ถึง2วาระ โดยไม่มีข้อจำกัดเวลา ไม่ต้องผ่านการเลือกตั้งจากประชาชน ซึ่งในอนาคตอาจเป็นการเปิดช่องให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในพรรคการเมืองสามารถส่งคนในตระกูลใดตระกูลหนึ่งที่ไม่ได้ลงสมัคร สส.มาเป็นนายกฯได้เลยหากมีเสียงในสภา 2ใน3" นายจุรินทร์กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวว่า  ยังห่วง​มาตรา 181​,182 ที่ให้อำนาจนายกล้นฟ้า จนทำลายดุลยภาพการตรวจสอบถ่วงดุลในสภา นั่นคือม.182 ที่เปิดโอกาสให้นายกฯเสนอ พ.ร.บ.ใดก็ได้ เพียงแค่อ้างว่าเป็น พ.ร.บ.ขอความไว้วางใจ หากฝ่ายค้านไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯภายใน 48 ชั่งโมง ให้ถือว่า พ.ร.บ.นั้นผ่านสภาไปเลย ซึ่งถือเป็นการให้อำนาจเบ็จเสร็จเสียยิ่งกว่าการออก พ.ร.ก. เพราะการออก พ.ร.ก.ยังต้องเข้าเงื่อนไขเพื่อความมั่นคง หรือเศรษฐกิจ และความจำเป็นเร่งด่วนที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่การออก กฎหมายตามมาตรานี้ไม่จำเป็นต้องเข้าเงื่อนไขใดๆเลย ยิ่งกว่า"อภิมหาพระราชกำหนด" วันหนึ่งหากนายกฯฉ้อฉล ใช้อำนาจออก "พ.ร.บ.ล้างผิด" ตามมาตรานี้ บ้านเมืองก็จะวิกฤตอีก

นอกจากนี้ ​ในส่วนมาตรา181 ยังให้อำนาจ"นายกฯโกง"สามารถหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ โดยการเสนอขอให้สภาลงมติไว้วางใจตนเองตัดหน้าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านได้ หากสภาลงมติไว้วางใจซึ่งก็จะเป็นเช่นนั้นเพราะรัฐบาลมีเสียงข้างมากอยู่แล้ว ฝ่ายค้านก็จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯหรือตรวจสอบนายกฯไม่ได้อีกตลอดสมัยประชุมซึ่งก็คือตลอด1ปีนั่นเอง เพราะ1ปีมีสมัยประชุมเดียวที่อภิปรายนายกฯได้

"ร่างรัฐธรรมนูญ2มาตรานี้ จึงเป็นการเขียน รัฐธรรมนูญสวนทางโจทย์ที่บอกว่าปัญหาที่ผ่านมาคือฝ่ายบริหารมีอำนาจมากเกินไป แต่พอเขียนออกมากลายเป็นยิ่งทำให้นายกฯยิ่งมีอำนาจล้นฟ้า หากได้นายกฯที่ใช้อำนาจในทางมิชอบเหมือนเคยเกิดในอดีตแล้วตรวจสอบไม่ได้ วิกฤตก็จะตามมาได้อีกเช่นกัน  2 มาตรานี้จึงเกินความจำเป็น และขอแนะนำให้ตัดออกไป"​นายจุรินทร์​กล่าว

นายจุรินทร์​ กล่าวว่า สำหรับกรณีโอเพ่นลิสต์ที่เปิดให้ประชาชนเลือกผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใดได้เพียง1คน จากผู้สมัครในบัญชีของพรรคนั้นราว30คนในแต่ละโซน โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการเพิ่มอำนาจให้ประชาชนนั้น ถือเป็นการจำกัดอำนาจประชาชนมากกว่า เพราะหากประสงค์เพิ่มอำนาจประชาชนควรให้อำนาจประชาชนสามารถเลือกผู้สมัครจากบัญชีของพรรคที่เขาเลือกได้ตามจำนวนที่ประชาชนต้องการ แต่ไม่เกินจำนวนสส.บัญชีรายชื่อที่พึงมีในโซนนั้น ไม่ใช่ไปจำกัดให้เลือกได้เพียงคนเดียว

"ส่วนวุฒิที่อ้างว่าจะให้มาจากการเลือกตั้ง77คน แต่ประชาชนมีสิทธิเลือกได้เฉพาะจากผู้ที่ กรรมการกลั่นกรองคัดชื่อส่งมาให้เลือกได้เท่านั้น ยิ่งสะท้อนการจำกัดสิทธิทั้งของผู้สมัครและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เหมือนระบบคอมมิวนิสต์ ซึ่งไม่ควรนำมาใช้ในรัฐธรรมนูญไทย"นายจุรินทร์​กล่าว

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่