"เอนก"เผยกก.ปรองดองอาจเสนอ "พรฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษ"
"เอนก" แจงกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ พร้อมใช้นวัตกรรมสร้างปรองดองให้มากที่สุด
"เอนก" แจงกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ พร้อมใช้นวัตกรรมสร้างปรองดองให้มากที่สุด
เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณาเสร็จแล้วเป็นวันสุดท้าย ได้มีการ การอภิปรายภาค4 หมวด3 การสร้างความปรองดอง โดย นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวนำเสนอว่า คณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ ที่เข้ามาทำงานเพราะต้องการสร้างความรัก สามัคคี เหลืองกับแดงหรือฝ่ายอื่นๆที่เป็นฝ่ายที่3 คณะกรรมการชุดนี้พยายามสร้างสรรค์ที่สุด ใช้นวัตกรรมให้มากที่สุด เพราะบทเรียนที่เราได้จากต่างประเทศไม่ว่าแอฟริกา เยอรมัน รวันดา เป็นการสร้างความปรองดองหลังจากสงครามชนะแล้ว เป็นการสร้างความปรองดองระหว่างผู้ชนะและผู้แพ้ แต่ความขัดแย้ง การนองเลือดของไทย ไม่มีผู้แพ้ หรือผู้ชนะชนะ เราไม่ต้องการหาผู้แพ้ชนะแล้วมาสร้างความปรองดอง
"สิ่งที่ต่อสู้กัน หลายอย่างก็มีมูล ข้อเท็จจริงก็รับได้ ต้องให้เกียรติทุกฝ่าย คณะกรรมการที่สร้างความปรองดองมีความเป็นอิสระทั้ง 15คน มีคนกลาง ผู้ทรงคุณวุฒิ รู้ถึงความขัดแย้งในอดีต"นายเอนกกล่าว
นายเอนก กล่าวอีกว่า คณะกรรมการดังกล่าวจะต่อยอดทางความคิดจากนักวิชาการ วิเคราะห์ความขัดแย้ง และจะทำการเยียวยาฟื้นฟู เยี่ยมเยียน ได้ไปพบผู้ต้องขังทางการเมือง ได้ฟื้นฟูญาติมิตรผู้ที่ได้รับความเสียหาย แม้กระทั่งหาที่เรียนที่ต่างๆให้ลูกหลานด้วย คณะกรรมการอิสระจะต้องจัดให้มีการศึกษาครั้งใหญ่ในสังคม เป็นค่านิยมชุดใหม่ ให้คนที่แข่งขันกัน ต้องไม่แตกหัก ไม่ทำลายล้าง ไม่รุนแรง สันติสุขน่าเป็นค่านิยมใหม่อีกค่าหนึ่ง
นายเอนก กล่าวอีกว่า คณะกรรมการอิสระอาจเสนอพ.ร.ฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งไม่ได้เป็นการล่วงละเมิดพระราชอำนาจ การที่จะออกพ.ร.ฎ.เพื่อให้รัฐบาลอภัยนั้น คดีต้องถึงที่สุด มีการรับโทษ และสำนึกผิด ซึ่งเป็นการอภัยโทษโดยนึกถึงหลักนิติธรรม ไม่ได้อภัยแบบส่งเดช โดยความคิดเห็นที่เสนอรัฐบาลและจะต้องตรามาเป็น พ.ร.ฎ.ออกมา เพราะคณะกรรมการไม่มีอำนาจในการออกพ.ร.ฎ.อภัยโทษ
ขณะที่ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สปช. อภิปรายว่า คดีต้องพิจารณาโดยระบบปกติ ประพฤติตัวดี แต่ในมาตรา298(6) อยู่ตรงไหน ไม่ได้มองว่าตรงไหนได้ผ่านการพิจารณาของศาลที่สุดแล้ว นี่เป็นรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่วิชาการที่เขียนแล้วให้คิดเอง เมื่อไม่มี แสดงว่าอำนาจชุดนี้มีสิทธิเสนอพ.ร.ฎ. ถ้าเป็นอย่างนี้น่าจะมีปัญหาแน่
ด้านพล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง กล่าวว่า ความขัดแย้งในประเทศไทยถ้าดูว่ารุนแรงขนาดไหน มีการประเมินความสงบสุขของประเทศไทย ล่าสุดเราอยู่ 126 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก2ปีก่อนหน้า และเรายังถูกประเมินว่ามีความเสี่ยงถูกก่อการร้าย การจัดการความขัดแย้ง ต้องมองทั้งเชิงป้องกัน ฟื้นฟูเยียวยา ปรองดอง การจะขจัดความขัดแย้งต้องทำอย่างมีสมาธิ ไม่อคติ ต้องใช้ศาสตร์มากกว่าศิลป์ ทำให้เกิดการอยู่ร่วมกันมากกว่าแข่งขัน







