posttoday

สิบความฝันของนัตสึเมะ โซเซกิ (ภาคสอง)

26 เมษายน 2558

ผมฝันไปว่า...ข้าผละออกมาจากห้องของพระรูปนั้น เมื่อกลับเข้ามายังห้อง แสงไฟในโคมกระดาษเริ่มสลัว

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

ผมฝันไปว่า...

ข้าผละออกมาจากห้องของพระรูปนั้น เมื่อกลับเข้ามายังห้อง แสงไฟในโคมกระดาษเริ่มสลัว ข้าทรุดลงยันกายชันเข่าข้างหนึ่งบนเบาะรองนั่ง ค่อยๆ เขี่ยไส้ตะเกียง ไม่นานประกายไฟที่ใกล้มอดในโคมรูปทรงคล้ายช่อบุปผาตูมกลับมาลุกโชนเหนือเชิงตะกรันสีแดงชาดอีกครั้ง จุดแสงวูบวับให้ห้องสลัวกลับมาสว่างไสวอีกครา

ประตูบานเลื่อนประดับด้วยภาพเขียนของบุซง ฝีพู่กันไล่น้ำหนักแผ่วเบาและหนักแน่นเป็นทิวต้นหลิวเรียงราย ในร่มเงาของน้ำหมึกนั้นคนหาปลาสวมหมวกสานบิดเบี้ยวกำลังเยื้องย่างผ่านทิวหลิวริมตลิ่ง ที่ด้านหนึ่งของห้อง มีภาพพระโพธิสัตว์มัญชุศรีข้ามมหาสมุทรประดับอยู่ในซุ้ม ในห้องยังอบอวลด้วยกลิ่นกำยานแม้นธูปหอมจะเผามอดจนเหลือเพียงเถ้าเขม่า อารามแห่งนี้กว้างขวางใหญ่โต จึงรู้สึกถึงความเงียบสงัดวังเวง เมื่อจับจ้องไปที่โคมกระดาษกลมมน มองเห็นแสงวิบวับพริบไหวเป็นเงาอยู่เหนือเพดานมืดสลัว ราวกับแสงนั้นกำลังเริงระบำอยู่มิปาน

ข้ายังนั่งชันเข่าข้างหนึ่งอยู่เช่นนั้น แต่มือซ้ายพลิกเบาะรองนั่งควานหาอะไรบางอย่างใต้เบาะ เมื่อใช้มือขวาช่วยล้วงเข้าไป เจ้าสิ่งที่ว่านั้นยังไม่หายไปไหน จึงค่อยคลายความกังวลลง แล้วจัดเบาะรองนั่งให้เรียบร้อยแล้วหย่อนร่างนั่งลงอย่างมั่นคง

ข้าคือซามูไร และพระรูปนั้นบอกว่า ไม่มีเหตุผลอันใดที่ซามูไรจะรู้แจ้งไม่ได้ แต่หากท่านยังดื้อดึงแบกตัวตนส่วนหนึ่งที่ขัดขวางไม่ให้ท่านรู้แจ้งแล้ว ท่านก็ไม่ควรจะเป็นซามูไรอีกต่อไป ท่านมันก็แค่เศษมนุษย์ไร้ค่า! วะฮะ ฮา ท่านมันบ้า นักบวชผู้นั้นว่า แล้วระเบิดเสียงหัวเราะลั่น แต่แล้วก็หยุดในฉับพลันกล่าวว่า หากท่านรู้สึกสำนึก ก็จงพิสูจน์ว่าท่านได้บรรลุอย่างแท้จริง หลวงพี่พูดเสร็จแล้วผินหลังเดินจากไปอย่างผลุนผลัน บัดซบ นี่มันดูถูกกันชัดๆ

คอยดูเถอะ ข้าจะเข้าถึงความรู้แจ้งอย่างแน่นอน ก่อนที่เข็มของนาฬิกาในซุ้มประดับห้องข้างๆ จะขยับเข้าสู่ชั่วยามต่อไป คืนนี้หลังจากที่บรรลุความรู้แจ้งแล้ว ข้าจะสั่งสอนเจ้าสมีคนนั้นให้สาสม แลกเปลี่ยนความรู้แจ้งของข้าด้วยศีรษะของมัน แต่หากข้าไม่อาจพบพานความรู้แจ้ง ก็คงไม่อาจเอาชีวิตมันได้ ข้าต้องรู้แจ้งให้ได้ เพราะข้าคือซามูไร!

หากทำไม่สำเร็จ ก็คงต้องปลิดชีพตัวเองด้วยดาบคมกริบ ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะมีชีวิตต่อ หากซามูไรผู้หนึ่งถูกหยามหยัน ข้าต้องเผชิญความตายอย่างสมเกียรติ

ยามนึกถึงเรื่องนี้ มือของข้าเผลอหยิบของบางอย่างจากเบาะรองนั่งโดยไม่รู้ตัว ในมือคือมีดสั้นในฝักสีแดงชาด ข้ากำด้ามมีดจนแน่น ครั้นดึงถอดฝักออก คมดาบฉายประกายจนห้องสลัวกลับวูบวับในพริบตา ก่อให้เกิดความรู้สึกราวกับสิ่งแปลกอย่างหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวอย่างเงียบเชียบจากฝ่ามือไปรวมกันอยู่ที่ปลายมีด มันคือความรู้สึกกระหายเลือดหลอมรวมอยู่ที่จุดเดียว ข้าจับจ้องที่คมกริบของมีด แต่แล้วดูเหมือนมันกลับหดตัวเหลือเพียงแค่ปลายเข็ม จากคมมีดที่เคยยาวสิบสองนิ้ว ในความรู้สึกฉับพลัน ข้าอยากตวัดมีดเข้าเสียบร่างภายหลังความนึกคิดนั้น เลือดในสรรพางค์กายเริ่มไหลเวียนกลับสู่กำมือขวา สัมผัสถึงความสากของด้ามมีด ในห้วงนั้นริมฝีปากของข้าสั่นระริก

ข้าสวมมีดกลับเข้าฝัก วางมันลงทางด้านขวา จากนั้นนั่งขัดสมาธิตรึกตรองถึงปริศนาธรรมของอาจารย์เซ็นจ้าวโจว ความไร้ ... อะไรคือความไร้? เจ้าพระบ้า! ข้าขบฟันแน่นในความเคร่งเครียด ฟันที่ขบแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างทำให้เสียงหายใจฟึดฟัดดังจากปลายจมูก ย่นขมับจนปวด ดวงตาลุกโพลง ปูดโปนกว่าปกติถึงสองเท่าตัว

ข้าเห็นภาพเขียน ข้าเห็นโคมกระดาษ ข้าเห็นเสื่อทาทามิ ข้ายังเห็นหัวอันโล้นเลี่ยนของเจ้านักบวชได้แจ่มชัด ข้าต้องเด็ดหัวโล้นๆ ของเจ้านั่นให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ข้าจะเป็นคนส่งมันให้บรรลุถึงการรู้แจ้งเอง! ความไร้ ความไร้ ข้ายังพร่ำภาวนาปริศนาธรรมออกมาจากโคนลิ้นอย่างไม่หยุดปาก แต่แทนที่จะพบความไร้ กลับโชยกลิ่นอวลของธูปกำยาน เจ้าธูปบัดซบ!

ฉับพลันนั้นข้ากำหมัดแน่น เหวี่ยงขึ้นมาทุบตีที่หัวอย่างแรง แล้วขบเขี้ยวเคร่งเครียด เหงื่อเริ่มไหลโซมจากรักแร้ หลังของข้าตรงแน่วคล้ายกับเชือกขึง แต่แล้วกลับรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเข่า ให้สงสัยว่าจะทำเช่นไรหากหัวเข่าแตกเสียแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไร มันช่างเจ็บปวดเหลือประมาณ ความไร้มาไม่ถึงเสียที เมื่อฉุกคิดกลับไม่มีสิ่งใดปรากฏขึ้นมา ความว่างเปล่ากลับกลายเป็นความทรมาน ยิ่งคิดยิ่งโมโห ยิ่งกระวนกระวาย ให้รู้สึกสับสนอลหม่านยิ่งนัก แล้วน้ำตาก็ไหลรินจากสองตา ในห้วงกาลทนทุกข์นั้น ข้าแทบอยากโยนร่างให้แหลกลงบนก้อนศิลาใหญ่ ให้เลือดเนื้อและกระดูกป่นปี้เป็นชิ้นๆ

แต่ข้าฝืนทนและนั่งต่อไป ยังฝืนทนแม้ในอกจะเต็มตื้นไปด้วยความเศร้าหมองเกินแบกรับ ความเศร้านั้นแผ่ไปทั่วกล้ามเนื้อและไขกระดูก พยายามจะปริออกจากทั่วสรรพางค์กาย แต่แล้วมันก็ไม่อาจทะลุทะลักออกไป ห้วงกาลเช่นนี้ราวกับตกอยู่ในความโหดหินของชีวิตที่ไม่อาจหลบเลี่ยงได้

ขณะที่ร่างกายจมในความรู้สึกนั้น ในหัวของข้ากลับรู้สึกแปลกออกไป โคมกระดาษ ภาพของบุซง เสื่อทาทามิ หิ้งวางของ ราวกับเหมือนอยู่ตรงนั้นและไม่อยู่ที่นั่นในขณะเดียวกับสายตาของข้าจับการมีอยู่ และไม่อยู่ของสิ่งเหล่านั้นได้และไม่ได้สลับไปมา แต่แล้วความไร้ก็ยังไม่ปรากฏแม้แต่น้อย เหมือนกับแค่พบพานเพียงสิ่งครึ่งๆ กลางๆ ในทันใดนั้น นาฬิกาในห้องถัดไปเริ่มเหวี่ยงตุ้มบอกการมาถึงของอีกโมงยาม

ในความเลิ่กลั่ก มือเคลื่อนไปจับมีดสั้นในทันที นาฬิกาเริ่มตีเป็นครั้งที่สอง

ข่าวล่าสุด

"คลัง-สภาพัฒน์" เร่งทำฉากทัศน์ผลกระทบสงคราม จ่อถกเงินเฟ้อ 4 หน่วย