posttoday
ติดเครื่อง ‘นิคมทวาย’

ติดเครื่อง ‘นิคมทวาย’

24 เมษายน 2558

นับว่าเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ สำหรับการผลักดันโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกและพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย ประเทศพม่า

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

นับว่าเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ สำหรับการผลักดันโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกและพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย ประเทศพม่า

เมื่อ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือน พ.ค.หรือต้นเดือน มิ.ย. จะมีการลงนามระหว่างบริษัทร่วมทุนไทย คือ บริษัท อิตาเลียนไทย และบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ กับรัฐบาลพม่า เพื่อลงทุนพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวายในระยะแรก (Initial Phase) พื้นที่ 27 ตารางกิโลเมตร จากพื้นที่โครงการทั้งหมด 196 ตารางกิโลเมตร

ที่ผ่านมา “อภิมหาโปรเจกต์” โครงการนี้ล่าช้าจากกำหนดมากนับตั้งแต่ปี 2553 ที่บริษัท อิตาเลียนไทย ได้สัญญาสัมปทานการพัฒนาพื้นที่ทวายจากการท่าเรือของพม่าเป็นเวลา 75 ปี

แต่เมื่อโครงการไม่คืบหน้า รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โดยมีจุดเปลี่ยนที่สำคัญคือการจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทย-พม่า เพื่อพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง (JCC) ในช่วงเดือน พ.ย. 2556 และตั้งกลไกขับเคลื่อนที่มีตัวแทนรัฐบาลทั้งสองประเทศร่วมผลักดันโครงการ

“โครงการนี้เป็นความหวังของรัฐบาลพม่า เขาจึงมาขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทย ซึ่งแนวทางที่เราเข้าไปช่วยคือ แนะนำให้มีการซอยโครงการให้เล็กลงพอที่เขาจะรับได้ และมีการตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV) ที่ถือหุ้นโดยฝ่ายไทยและพม่า ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้แก่ DSEZ Authority ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และแม้ว่าในทางกฎหมาย SPV จะไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจ แต่ก็ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่มีน้ำหนักอย่างมาก” แหล่งข่าวจาก JCC เปิดเผย

ต่อมา SPV ได้ว่าจ้างบริษัท โรแลนด์ เบอร์เจอร์ (Roland Berger) จากเยอรมนี ซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาโครงการสำคัญๆ ให้กับรัฐบาลพม่า เช่น การจัดตั้งธนาคารกลาง และการจัดตั้งบริษัทเทเลคอมแห่งชาติ เข้ามาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาโครงการทวาย โดยได้จัดทำร่างทีโออาร์ของโครงการเสนอต่อผู้สนใจลงทุนเฟสแรกระยะ 8 ปี

“การพัฒนาเฟสแรก 27 ตารางกิโลเมตร มีผู้เสนอตัวเข้ามาพัฒนาพื้นที่ 2 ตัวเลือก คือ บริษัท อิตาเลียนไทย และบริษัทจากญี่ปุ่น แต่เนื่องจากทางญี่ปุ่นเขาไม่เอาเฟสแรก แต่จะมาร่วมในเฟสสมบูรณ์ (Full Phase) ทำให้บริษัทร่วมทุน (Consortium) ของไทย คือ อิตาเลียนไทยและโรจนะ เป็นผู้ชนะการประมูล และจะมีการลงนามสัญญาระหว่าง Consortium กับรัฐบาลพม่าช่วงต้นเดือน มิ.ย.นี้” แหล่งข่าวรายเดิมเปิดเผย

ขณะที่การเคลื่อนไหวจากบริษัท อิตาเลียนไทย นั้น ล่าสุดบริษัทร่วมกับพันธมิตรเตรียมเดินหน้าระดมทุนทันทีหลังลงนามกับรัฐบาลพม่า เพื่อนำไปพัฒนาโครงการเฟสแรก ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะเริ่มลงทุนในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.ปีนี้

ทั้งนี้ แผนลงทุนเฟสแรกระยะ 8 ปี ประกอบด้วย การสร้างท่าเรือเล็กขนาด 2 ท่า เพื่อรองรับเรือบรรทุกสินค้าอเนกประสงค์ความจุ 400 TEU และเรือ Feeder Vessel ความจุ 1,600 TEU โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ระบบโทรคมนาคมแบบ Landline สำหรับอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ ที่อยู่อาศัยสำหรับแรงงานในพื้นที่ และคลังเชื้อเพลิง ปิโตรเลียมเหลวสำหรับใช้ในโรงไฟฟ้าและนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น

นอกจากนี้ รัฐบาลไทยจะปล่อยกู้ให้รัฐบาลพม่า 4,500 ล้านบาท เพื่อสร้างถนนจากด่านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี ไปถึงท่าเรือน้ำลึกทวายระยะทาง 138 กิโลเมตร โดยต้องจ้างเอกชนไทยเป็นผู้พัฒนา ขณะที่ด้านการรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างศึกษาการสร้างรถไฟทางคู่ขนาดราง 1 เมตร จากท่าเรือแหลมฉบังไปยังกาญจนบุรีระยะทาง 322 กิโลเมตร ก่อนเชื่อมไปยังนิคมอุตสาหกรรมทวาย

สำหรับการลงทุนนิคมแบบ Full Phase นั้น อาคม กล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตกลงที่จะเข้ามาร่วมลงทุนใน SPV แล้ว จึงต้องติดตามว่าการลงทุนพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวายจะเป็นประตูด้านตะวันตกของไทยจะไปถึงฝั่งฝันหรือไม่

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่