posttoday
กมธ.ยกร่างฯลุยไฟ ไม่รื้อใหญ่แต่แก้จุดเล็ก

กมธ.ยกร่างฯลุยไฟ ไม่รื้อใหญ่แต่แก้จุดเล็ก

24 เมษายน 2558

การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้จะยังไม่ได้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย คือวันที่ 25 พ.ค.-23 ก.ค.

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้จะยังไม่ได้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย คือวันที่ 25 พ.ค.-23 ก.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต้องทบทวนเนื้อหาก่อนส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายให้กับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แต่ต้องถือว่ามีความเข้มข้นดุเดือดพอสมควร ดังจะเห็นได้จากการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.ตลอด 4 วันที่ผ่านมา

ในภาพรวมของการอภิปรายจะเห็นได้ว่ามีสมาชิก สปช.สนับสนุนและไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญอยู่พอๆ กัน

ฝ่ายที่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญมีเหตุผลสำคัญอยู่ที่การยกระดับประชาชนให้เป็น “พลเมือง” ซึ่งการยกระดับที่ว่านั้นคณะ กมธ.ยกร่างฯ ไม่ได้เขียนไว้ให้ดูสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการให้หลักประกันในการเข้าถึงสิทธิและเสรีภาพต่างๆ มากขึ้นจากเดิมที่ได้รับจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550

ส่วนฝ่ายคัดค้านก็มุ่งประเด็นที่การปฏิรูปโครงสร้างของสถาบันการเมือง “คณะรัฐมนตรี-สภาผู้แทนราษฎร-วุฒิสภา” ซึ่งต่างเห็นว่ายังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่นัก แต่ในทางกลับกันจะกลายเป็นการปฏิรูป “ลดอำนาจฝ่ายการเมือง เพิ่มอำนาจฝ่ายราชการ” เพราะการเลือกตั้งระบบสัดส่วนผสมเป็นประตูสู่รัฐบาลผสมที่อาจทำให้รัฐบาลไม่เข้มแข็ง แต่ข้าราชการกลับมีอำนาจมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องผ่านการแต่งตั้งจากอำนาจฝ่ายการเมืองแบบ 100%

เสียงคัดค้านของ สปช.ต่อเรื่องนี้ที่ออกมาตลอด 4 วัน เป็นเรื่องที่คณะ กมธ.ยกร่างฯ ให้ความสำคัญอยู่ไม่น้อย มิเช่นนั้น คณะ กมธ.ยกร่างฯ คงไม่ประกาศแก้ไขเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญกลางที่ประชุม สปช.ด้วยการกำหนดให้นายกฯ คนนอกต้องได้เสียงจากสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 2 ใน 3 เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เพียงแค่การแก้ไขเรื่องเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยให้ความขัดแย้งระหว่าง สปช.กับคณะ กมธ.ยกร่างฯ จะสงบลงได้ เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ สปช.เตรียมรวมตัวสู้กับคณะ กมธ.ยกร่างฯ อีกรอบในช่วงของการเสนอคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ โดยหลักๆ จะมีอยู่ 3 เรื่อง คือ

1.ระบบเลือกตั้ง สส.แบบสัดส่วนผสม สปช.เห็นด้วยกับหลักการของการเลือกตั้งระบบนี้ที่ไม่ต้องการให้เสียงข้างมากแบบเด็ดขาดในสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็กังวลกับการเกิดรัฐบาลผสมจากหลายพรรคการเมือง ซึ่งจะทำให้การเมืองเข้าไปสู่อีหรอบเดิมก่อนรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 อีก รวมไปถึงไม่เห็นด้วยกับแนวคิดให้มี สส.ระบบบัญชีรายชื่อแบบเปิด เพราะมีผลให้พรรคการเมืองเกิดความขัดแย้งภายในรุนแรง จนระบบพรรคการเมืองไม่มีเสถียรภาพ

หากจับสัญญาณของคณะ กมธ.ยกร่างฯ ต้องยอมรับว่ามีความเป็นไปได้น้อยที่จะยอมให้การเลือกตั้ง สส.กลับไปเป็นระบบเดิม อย่างมากที่สุดอาจแค่แก้ตัวเลขของ สส. โดยให้มีจำนวน สส.ระบบเขตเลือกตั้งมากขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้ 250 คน และไปลดจำนวน สส.บัญชีรายชื่อที่เดิมบัญญัติไว้ 200 คนแทน

2.ที่มาของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี แม้เสียงส่วนใหญ่ของ สปช.จะอ่อนลง และเริ่มยอมรับกับความจำเป็นในการเปิดกว้างให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกฯ มากขึ้น ทว่ายังมีบางประเด็นที่ต้องการให้คณะ กมธ.ยกร่างฯ ปรับแก้เช่นกัน

อาทิ อยากให้กำหนดกระบวนการในการได้มาซึ่งนายกฯ คนนอกที่ไม่ได้เป็น สส.เอาไว้ในบทเฉพาะกาลแทนการใส่ไว้ในหมวดคณะรัฐมนตรี เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังยืนหลักการเดิมที่ให้นายกรัฐมนตรีต้องยึดโยงกับประชาชนผ่านการเป็น สส. แต่ก็มีข้อยกเว้นให้สภาเลือกคนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ภายใต้สถานการณ์จำเป็นตามเงื่อนไขในบทเฉพาะกาล

เช่นเดียวกับ การให้วุฒิสภาทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติบุคคลที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากจะเป็นการทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติเข้าไปก้าวล่วงอำนาจของฝ่ายบริหาร

ประเด็นที่มีโอกาสถูกปรับแก้มากที่สุดอยู่ที่เรื่องการให้วุฒิสภากลั่นกรองรายชื่อรัฐมนตรี เนื่องจากในชั้นการพิจารณาของคณะ กมธ.ยกร่างฯ ก่อนเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกมาให้ สปช. เสียงในคณะ กมธ.ยกร่างฯ ต่อเรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นทิศทางเดียวกันมากนัก แต่สำหรับเรื่องให้กำหนดบทบัญญัตินายกฯ คนนอกไว้ในบทเฉพาะกาลนั้นมีทางเป็นไปได้ยาก เพราะคณะ กมธ.ยกร่างฯ เห็นว่าเรื่องนี้เป็นหลักการสำคัญ จึงจำเป็นต้องบรรจุไว้ในหมวดคณะรัฐมนตรี

3.การได้มาซึ่งวุฒิสภา การเปิดช่องให้มี สว.จากการเลือกตั้งของประชาชนจังหวัดละ 1 คน ดูเหมือนจะเป็นความพยายามที่จะลดความขัดแย้งในทางการเมืองของคณะ กมธ.ยกร่างฯ แต่เอาเข้าจริงก็มีข้อสงสัยว่าเป็นเรื่อง “ย้อนแย้ง” หรือไม่

กล่าวคือ ในเมื่อร่างรัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ให้พลเมืองเป็นใหญ่ แต่ปรากฏว่าประชาชนไม่มีสิทธิเลือก สว.อย่างมีอิสระ หลังจากคณะ กมธ.ยกร่างฯ กำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร สว.ก่อนโยนให้ประชาชนลงคะแนนเลือก

สมาชิก สปช.มีเสียงสะท้อนในทางลบต่อกลไกดังกล่าวพอสมควร เพราะเห็นว่าจะทำให้สถานะและความชอบธรรมของ สว.ว่าจะมีจุดยึดโยงกับประชาชนหรือไม่ ในเมื่อกระบวนการในการได้มาซึ่ง สว.ทางอื่นผ่านการเลือกตั้งทางอ้อมก็มีปัญหาเรื่องความเชื่อมโยงกับประชาชนอยู่เช่นกัน

อย่างไรก็ดี สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องยากที่คณะ กมธ.ยกร่างฯ จะยอมกลับไปใช้การเลือกตั้ง สว.แบบเดิม เนื่องจากมองว่าตัวเองได้ถอยอย่างถึงที่สุดแล้ว เพราะหากกลับไประบบเลือกตั้งอย่างเก่าย่อมเท่ากับไม่เกิดการปฏิรูป

ทั้งนี้ 3 ประเด็นใหญ่ดังกล่าว จะเป็นไฮไลต์สำคัญของการห้ำหั่นในยกสอง(ขั้นตอนเสนอคำแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.) ระหว่าง สปช.กับ กมธ.ยกร่างฯ ซึ่งเสียงระฆังจะดังขึ้นหลังจากสิ้นสุดยกแรกในวันที่ 26 เม.ย.

หากแต่ละฝ่ายไม่อาจหาจุดที่ประนีประนอมกันได้ยกนี้ ยกที่สามซึ่งเป็นยกสุดท้าย คือ การลงมติของ สปช.ว่าจะเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ คงได้เห็นอะไรที่คาดไม่ถึงอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69