
สหรัฐทิ้งไทยจัดการแรงงานทาสประมง
สำนักข่าวเอพีติดตามปัญหาค้ามนุษย์และแรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมงไทยอย่างใกล้ชิด โดยปัญหาดังกล่าวนับเป็นปัญหาที่ไทยและสหรัฐรับรู้มายาวนาน 14 ปี แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้คลี่คลาย
สำนักข่าวเอพีติดตามปัญหาค้ามนุษย์และแรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมงไทยอย่างใกล้ชิด โดยปัญหาดังกล่าวนับเป็นปัญหาที่ไทยและสหรัฐรับรู้มายาวนาน 14 ปี แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้คลี่คลาย
สำนักข่าวเอพี ระบุว่า ตั้งแต่สหรัฐรับรู้ปัญหาแรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมงไทยที่ส่งสินค้ามายังสหรัฐเมื่อปี 2000 ก็ยังไม่มีการลงมือบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงการคว่ำบาตรสินค้าเหล่านั้นและการงดช่วยเหลือไทยในด้านต่างๆ ด้วย
ระดับการค้ามนุษย์ของไทยอยู่ในระดับเดียวกับคิวบา อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ซึ่งต่างโดนคว่ำบาตรจากสหรัฐ รวมถึงการไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ ในขณะที่ไทยนั้นสหรัฐยังคงให้การช่วยเหลือ โดยในปี 2014 ทางสหรัฐให้การช่วยเหลือไทย 18.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 592 ล้านบาท)
นอกจากนี้ แม้สหรัฐจะออกมาประณามไทยและหยุดให้งบประมาณช่วยเหลือทางทหาร 4.7 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ยังคงมีการฝึกทหารร่วมระหว่างทั้งสองประเทศ
สำนักข่าวเอพี รายงานว่า สาเหตุที่สหรัฐไม่เข้ามาดำเนินการใดๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในไทย เป็นเพราะปัญหาช่องว่างทางกฎหมายของสหรัฐเองและสัมพันธ์ด้านการเมือง ซึ่งหมายรวมถึงความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้าย
ประการแรก ช่องโหว่ด้านกฎหมาย โดยนับตั้งแต่ออกกฎหมายป้องกันผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการใช้แรงงานทาส ในปี 1930 มีเพียง 39 ครั้งเท่านั้น ที่มีสินค้าถูกระงับจากกฎหมายดังกล่าว และ 11 กรณีจากทั้งหมด 39 ครั้งได้รับการเพิกถอน
นอกจากนี้ กฎหมายสหรัฐ ระบุว่า ไม่สามารถระงับสินค้าที่เกิดจากแรงงานทาสได้ หากสินค้าที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคได้
ประการที่สอง ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐ โดยทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ยาวนานมาตั้งแต่ช่วงสงครามเวียดนาม นอกจากนี้ ไทยยังมีบทบาทในการช่วยสหรัฐจัดการกับผู้ก่อการร้ายอีกด้วย โดยจากรายงานของสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) ไทยเคยช่วยสหรัฐให้ที่กักตัวผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะห์
ไม่เพียงเท่านั้น สหรัฐยังต้องการรักษาความสัมพันธ์กับไทยไว้ เพื่อเป็นตัวคานอำนาจกับจีนที่กำลังแผ่อิทธิพลในภูมิภาค
ดังนั้น ไทยจึงต้องพึ่งตัวเองในการแก้ไขปัญหาแรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมง โดยนับตั้งแต่ปี 2003 ไทยพยายามออกมาตรการต่างๆ เพื่อจัดการปัญหาดังกล่าว และในช่วงต้นเดือน เม.ย. ไทยก็ประกาศหลังการสืบสวนว่าแรงงานประมงมีความสุขดี
อย่างไรก็ตาม ในวันถัดมาภายหลังการประกาศดังกล่าว อินโดนีเซียได้ช่วยเหลือแรงงานทาสที่จับสัตว์น้ำให้ไทยมากกว่า 320 คน
จอห์น รูกกี้ ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนรู้เห็นกับการใช้แรงงานทาสบนเรือประมงไทย นอกจากนี้อุตสาหกรรมประมงที่ทำรายได้ส่งออกต่อปีให้ไทยถึง 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐเอง ก็เป็นธุรกิจขนาดใหญ่สำหรับไทยที่ต้องพึ่งแรงงานต่างด้าวราคาถูก







