
โพลเผยประชาชนเชื่อมั่นกมธ.ร่างรธน.-หนุนทำประชามติ
นิด้าโพลเผย ประชาชน 51.49 % เชื่อมั่น กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และ 64.91 % หนุนทำประชามติ
นิด้าโพลเผย ประชาชน 51.49 % เชื่อมั่น กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และ 64.91 % หนุนทำประชามติ
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “การร่างรัฐธรรมนูญ 2558” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 21– 22 เมษายน 2558 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ กระจายทั่วทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,254 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ 2558 ของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
จากผลการสำรวจ เมื่อถามถึงติดตามข่าวของประชาชน เกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ 2558 ของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 7.98 ระบุว่า ติดตามมาโดยตลอด ร้อยละ 26.71 ระบุว่า ค่อนข้างติดตามบ้าง ร้อยละ 30.94 ระบุว่า ไม่ค่อยติดตาม ร้อยละ 34.37 ระบุว่า ไม่ติดตามเลย
ด้านความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อ การร่างรัฐธรรมนูญ 2558 พบว่า ในจำนวนผู้ที่ติดตามข่าวมาโดยตลอดและผู้ที่ค่อนข้างติดตามบ้างนั้น ส่วนใหญ่ ร้อยละ 51.49 ระบุว่า มีความเชื่อมั่นในกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์สูง รองลงมา ร้อยละ 21.38 ระบุว่า ไม่มีความเชื่อมั่นในกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพราะไม่ได้เป็นตัวแทนมาจากประชาชน ร้อยละ 18.16 ระบุว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญมีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ร้อยละ 10.80 ระบุว่า กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทุกคนมีอิสระในการแสดงความคิดเห็น ร้อยละ 8.74 ระบุว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญไม่เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ร้อยละ 6.44 ระบุว่า มีพิมพ์เขียวร่างรัฐธรรมนูญ 2558 อยู่ก่อนแล้ว ร้อยละ 5.29 ระบุว่า มีคนชี้นำและครอบงำความคิดในกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 1.84 ระบุว่า ไม่มีพิมพ์เขียวร่างรัฐธรรมนูญ 2558 มาก่อน ร้อยละ 1.84 ระบุ อื่น ๆ ได้แก่ ไม่แน่ใจว่าเป็นการทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่ รูปแบบยังไม่เป็นรัฐธรรมนูญ ไม่เห็นด้วยและยังมีข้อสงสัยในบางมาตรา และผลก็ออกมาเหมือนเดิม และร้อยละ 5.52 ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ
สำหรับความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อข้อเสนอการทำประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ 2558 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 64.91 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะ เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตยที่ยุติธรรมและมีความโปร่งใส เป็นกลั่นกรองความคิดเห็นที่มาจากหลากหลายทุกภาคส่วน เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และประชาชนจะได้ทราบถึงเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญด้วย ขณะที่ ร้อยละ 11.32 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง และเสียเวลา อีกทั้งประชาชนบางคนไม่มีความรู้มากพอที่จะเข้าใจถึงตัวเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ และส่วนหนึ่งมั่นใจในการบริหารงานของรัฐบาลและการทำงานของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่าจะสามารถแก้รัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ และร้อยละ 23.77 ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ
ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงการยอมรับได้ประชาชน หากร่างรัฐธรรมนูญ 2558 ไม่ได้รับความเห็นชอบจาก สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หรือจากการลงประชามติ และ ทำให้ต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกระยะหนึ่ง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 53.19 ระบุว่า ยอมรับได้ เพราะ จะได้มีเวลาในการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้ผลสรุปออกมาอย่างเต็มที่และเป็นฉบับที่ดีที่สุด เพื่อให้รัฐธรรมนูญได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย และดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน รองลงมา ร้อยละ 30.62 ระบุว่า ยอมรับไม่ได้ เพราะ ต้องการให้เกิดการเลือกตั้งเร็ว ๆ เพื่อให้เป็นไปตามหลักของประชาธิปไตย และเกิดภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาต่างประเทศ และร้อยละ 16.19 ไม่ระบุ/เฉย ๆ







