
ไทย-อินโดฯตั้งคณะทำงานร่วมแก้ปัญหาประมงทั้งระบบ
พล.อ.ประยุทธ์ หารือทวิภาคี ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เห็นพ้อง ตั้งคณะทำงานร่วมแก้ปัญหาประมงทั้งระบบ
พล.อ.ประยุทธ์ หารือทวิภาคี ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เห็นพ้อง ตั้งคณะทำงานร่วมแก้ปัญหาประมงทั้งระบบ
วันที่ 23 เม.ย. ภารกิจวันสุดท้ายของการเข้าร่วมประชุมประชุมสุดยอดเอเชีย-แอฟริกา 2015 ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซียระหว่าง21-23 เม.ย. เมื่อเวลา 08.20 น.ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งตรงกับเวลาประเทศไทย วันนี้(23 เม.ย.) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้าหารือทวิภาคีกับนายโจโค วิโดโด ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ณ ศูนย์ประชุม JCC (Jakarta Convention Center ) ซึ่งได้หารือเรื่องประมงและความมั่นคงทางทะเล รวมถึงความร่วมมือด้านต่างๆ
ร.อ. นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีกับอินโดนีเซียที่ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ฯ ในโอกาสครบรอบ 60 ปีของการก่อตั้งการประชุมเอเชีย-แอฟริกาในครั้งนี้ ไทยยืนยันที่จะร่วมมือกับอินโดนีเซียในการพัฒนาความสัมพันธ์รอบด้านในฐานะที่อินโดนีเซียมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1 และไทยอันดับ 2 ของอาเซียน เพื่อประโยชน์ร่วมกันและของภูมิภาค นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวขอบคุณอินโดนีเซียสำหรับการประสานงานและให้ความช่วยเหลือในการอพยพคนไทยออกจากเยเมนด้วย
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีอินโดนีเซียเห็นพ้องจัดตั้งคณะทำงาน Working Group ด้านการประมง อินโดนีเซียมอบหมายให้รัฐมนตรีกระทรวงกิจการทะเลและประมงอินโดนีเซีย ซึ่งคณะทำงานฝ่ายไทยจะประกอบด้วยพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอก ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย เพื่อประสานความร่วมมือนการแก้ไขปัญหาและวางแนวทางความร่วมมือในระยะยาวต่อกัน ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำต่างประเทศ โดยถือเป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งการแก้ปัญหาภาคประมงไทยในลักษณะองค์รวม ทั้งประเด็นแรงงานผิดกฎหมาย การต่อต้านการทำประมงแบบ IUU และการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการประมงระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาด้านประมง และหวังว่าจะมีการลงนามกันโดยเร็ว
การพัฒนาการทางการเมืองของไทยนั้น รัฐบาลไทยกำลังดำเนินตามขั้นตอนที่ 2 ของโรดแมป โดยขอให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิรูป เพื่อความเข้มแข็งทางการเมืองและเศรษฐกิจ สำหรับ กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้ เพื่อนำไปสู่การประกาศการจัดการเลือกตั้งทั่วไป ในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า สะท้อนให้เห็นการกลับมาเป็นประชาธิปไตของไทยอย่างยั่งยืน
สำหรับการส่งเสริมความร่วมมือการค้าและการลงทุน นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ภาคเอกชนไทยมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย พร้อมที่จะขยายการลงทุนในอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าอินโดนีเซียจะสนับสนุนให้ภาคเอกชนอินโดนีเซียขยายการลงทุนในไทย เพื่อเพิ่มพูนปริมาณการลงทุนระหว่างสองประเทศในภาพรวม ทั้งนี้ ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ยังกล่าวเชิญชวนภาคเอกชนไทยเข้ามาลงทุนในลาขาต่างๆ อาทิ อาหารแปรรูป การท่องเที่ยว พลังงาน โดยมีศูนย์ One Stop Linciencing Service
ทั้งนี้ ความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารและสินค้าเกษตร ซึ่งไทยได้ขอให้อินโดนีเซียเร่งรัดจัดทำ MRA (Mutual Recognition Agreement) เพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้การค้าระหว่างกันมีความคล่องตัว
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดี ยังได้มีการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือพหุภาคีและภูมิภาคว่า ไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับอินโดนีเซีย เพื่อเสริมสร้างประชาคมอาเซียนที่ยึดมั่นในกฎเกณฑ์ โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เป็นภูมิภาคแห่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง นอกจากนี้ ทั้งไทยและอินโดนีเซียยังได้เสนอให้มีการแลกเปลี่ยนข่าวกรองด้านการก่อการร้ายและความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวคิดลัทธิสุดโต่ง เพื่อป้องกันการแพร่ขยายของภัยคุกคาม ซึ่งประโยชน์ร่วมกันระหว่างไทย อินโดนีเซียและภูมิภาค ซึ่งไทยพร้อมที่จะพิจารณาข้อเสนอของอินโดนีเซียในการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างไทยและอินโดนีเซีย เพื่อสนับสนุนความร่วมมือด้านการก่อการร้ายในภูมิภาคด้วย
ทั้งนี้เวลา10.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะจะออกเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติ Halim อินโดนีเซียกลับถึงประเทศไทยประมาณ 13.30น







