
ดัชนีหุ้นไทย...เมื่ออดีตบอกอนาคต (ตอนจบ)
โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์
โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์
ในตอนที่แล้วผมได้พาคุณผู้อ่านย้อนกลับไปดูตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ปี 2551–2555 เป็นเวลารวมทั้งสิ้น 5 ปี วันนี้ผมจะขอคุยต่ออีก 2 ปี และจะสรุปแนวโน้มของปีนี้ 2558 ดังนี้ครับ
ปี 2556 พ.ร.บ.นิรโทษกรรม...กปปส QE Tapering
หลังจากที่ปี 2555 ได้ทำให้บรรดานักลงทุนหัวเราะ..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า กันแล้ว ปี 2556 นี้ก็เป็นปีที่เกิดปัญหากระหน่ำซ้ำเติมเข้ามาในช่วงหลังของปี ช่วงต้นปี 2556 ดัชนียังคงทะยานขึ้นต่อเนื่องตามการบริโภคภายในประเทศที่เกิดจากนโยบายประชานิยม และฟันด์โฟลว์จากต่างประเทศจากนโยบาย QE3 ของสหรัฐอเมริกา
จากนั้นดัชนีตลาดหุ้นไทยก็เริ่มไหลลง เพราะการบริโภคภายในประเทศเริ่มมีปัญหา เมื่อยอดขายรถยนต์ตกลงเพราะนโยบายรถยนต์คันแรกเริ่มหมดลง ประกอบกับข่าวคาวการทุจริตที่เกี่ยวพันกับนโยบายรับจำนำข้าว และยังถูกกระหน่ำด้วยข่าวลือเรื่องการลดปริมาณเงิน QE (QE Tapering) และในที่สุดก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.
นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 1 พ.ย. รัฐบาลได้ผ่านร่างแก้ไข พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย ส่งผลทำให้เกิดกระแสการประท้วงไม่เห็นด้วยไปทั่วประเทศ วันที่ 18 พ.ย. มีการก่อตั้งคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) นำไปสู่เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปีต่อมา
ในปี 2556 ดัชนีเริ่มต้นเปิดมาที่ 1,401.39 จุด จากนั้นก็ทะยานขึ้นจนไปแตะระดับสูงสุดที่ 1,649.77 จุด เมื่อวันที่ 21 พ.ค. จากนั้นก็เริ่มเหวี่ยงลงตามเหตุการณ์ข้างต้นจนมาแตะจุดต่ำสุดของปีที่ 1,260.08 จุด เมื่อวันที่ 28 ส.ค. และดัชนีสิ้นปีก็ปิดไปที่ 1,298.71 จุด เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.
ปี 2557 Bangkok Shutdown…นายกฯ ถูกถอดถอน...รัฐประหาร
เหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองของปี 2556 ได้ส่งผลต่อเนื่องมาสู่ปี 2557 อย่างรุนแรง เริ่มต้นจากกลุ่ม กปปส. ประกาศปิดกรุงเทพมหานคร (Bangkok Shutdown) เมื่อวันที่ 13 ม.ค. จากนั้นมาในวันที่ 7 พ.ค. มีการให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นสภาพนายกรัฐมนตรี กรณีโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) อย่างไม่ถูกต้อง และตามมาด้วยการทำรัฐประหารเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้นโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ในวันที่ 22 พ.ค.
ทางด้านดัชนีหุ้นไทยก็เริ่มต้นเปิดไปที่ 1,291.93 จุดเมื่อวันที่ 2 ม.ค. ดัชนียังคงถดถอยจากปัจจัยเสี่ยงทางการเมือง และลดลงถึงจุดต่ำสุดที่ 1,205.44 จุด เมื่อวันที่ 6 ม.ค. หลังจากนั้นก็ทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการบริโภคภายในประเทศที่ยังพอมีอยู่ และข่าวเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกากลับมาฟื้นตัว และข่าวการทำ QE ของญี่ปุ่นทำให้ดัชนีขึ้นไปถึงจุดสูงสุดที่ 1,603.89 จุด เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.
นอกจากนั้นมีเหตุการณ์ข่าวลือที่สะเทือนตลาดหุ้นเกิดขึ้นในวันที่ 15 ธ.ค. และทำให้ภายในวันเดียวดัชนีลดลงไปถึง 1,375.99 จุด หรือคิดเป็นลดลงไป 137.85 จุดหรือ 9.1%
ปีนี้ 2558 “ดัชนีตลาดหุ้นไทย” จะเป็นอย่างไร?
ก่อนที่ผมจะคุยให้คุณผู้อ่านฟังเกี่ยวกับข้อสรุปหรือแนวโน้มดัชนีหุ้นของปีนี้ (2558) ผมอยากให้คุณผู้อ่านได้พิจารณา ตารางแสดงดังนี้
เพื่อให้คุณผู้อ่านได้เห็นภาพ ผมจะนำเอาค่าความผันผวนข้างต้นมาประยุกต์ใช้กับค่าดัชนีตลาดหุ้นไทย ที่เราคาดว่าน่าจะเป็นสมมติว่าเราให้ดัชนีปีนี้สูงสุดอยู่ที่ 1,600 จุด 1,700 จุด และ 1,800 จุด จากนั้นใช้ค่าความผันผวนที่ต่ำที่สุดในตารางข้างต้น นั่นคือค่าความผันผวนในปี 2556 ซึ่งอยู่ที่ 23.6% เราก็จะได้ผลลัพธ์ดังนี้ ถ้าดัชนีขึ้นไปสูงสุดที่ 1,600 จุด และนำไปหาจุดต่ำสุดของปีนี้ โดยการหักออก 23.6% เราก็จะได้ค่าดัชนีแกว่งตัวอยู่ระหว่าง 1,222–1,600 จุด
ถ้าดัชนีสูงสุดที่ 1,700 จุด ดัชนีจะอยู่ระหว่าง 1,298–1,700 จุด และสุดท้ายถ้าดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,800 จุด ดัชนีก็จะอยู่ระหว่าง 1,375–1,800 จุด
คุณผู้อ่านคิดว่าเราจะเห็นดัชนีหุ้นไทยไปอยู่สูงสุดที่ไหนครับ? และคุณผู้อ่านคิดว่าควรจะซื้อหุ้นตอนที่ดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่เท่าไรดีครับ? หวังว่าบทความนี้คงพอช่วยให้คุณผู้อ่านวางแผนการลงทุนได้บ้างนะครับ







