
สถาบันพระปกเกล้านำจนท.หนุ่มขอขมาตร.หลังโพสต์ด่า
รองเลขาธิการพระปกเกล้า นำเจ้าหน้าที่หนุ่มเข้าขอขมาตำรวจ สภ.ท่าม่วงหลังโพสต์ด่ารุนแรงเหตุถูกแจกใบสั่ง
รองเลขาธิการพระปกเกล้า นำเจ้าหน้าที่หนุ่มเข้าขอขมาตำรวจ สภ.ท่าม่วงหลังโพสต์ด่ารุนแรงเหตุถูกแจกใบสั่ง
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. เวลา 10.30 น. นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า พร้อมคณะเจ้าหน้าที่สถาบันพระปกเกล้า ได้นำ นายนันทยุทธ ตันสาโรจน์ เจ้าหน้าที่ทั่วไป สังกัดสำนักคณะกรรมการบริหาร กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า ซึ่งได้โพสต์เฟซบุ๊กตำหนิเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรีด้วยถ้อยคำรุนแรง หลังถูกให้ใบสั่งข้อหาขี่จักรยานยนต์ไม่มีใบขับขี่และไม่เสียภาษีตามพ.ร.บ.ถูกปรับเป็นเงิน 200 บาท เดินทางไปขอขมาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.ท่าม่วง
ทั้งนี้ นายนันทยุทธ นำพานธูปเทียนแพ พร้อมพวงมาลัยดอกมะลิ เข้าขอขมา ส.ต.อ.ยืนยง พรมพิมาร ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ท่าม่วง โดยมี พ.ต.อ.ชินภัทร ตันศรีสกุล รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ชวลิต สุขสุวรรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.อนันต์สิทธิ์ พร้อมสันติชน ผกก.สภ.ท่าม่วง และคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมเป็นสักขีพยาน
นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยว่า สำหรับ นายนันทยุทธ มีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ทั่วไป ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ เป็นเพียงลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งการทำดังกล่าวของ นายนันทยุทธ ครั้งนี้ ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว โดยสถาบันพระปกเกล้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ซึ่งได้ว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว พร้อมทั้งได้มีคำสั่งสำนักสภาพัฒนาการเมือง ที่ 15/25858 ให้ลงโทษภาคทัณฑ์ ไปแล้ว เนื่องจาก นายนันทยุทธ ได้สำนึกถึงการกระทำที่เป็นความผิด โดยให้การยอมรับสารภาพ
ด้าน พ.ต.อ.ชินภัทร ตันศรีสกุล รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี กล่าวว่า การกระทำของ นายนันทยุทธ ถือว่าทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะ ส.ต.อ.ยืนยง พรมพิมาร ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ท่าม่วง ที่ถูกพาดพิงในเฟซบุ๊กโดยตรง ซึ่งการที่สถาบันพระปกเกล้านำตัว นายนันทยุทธ มอขอขมา ส.ต.อ.ยืนยง เป็นเรื่องที่ดีและควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะตำรวจเองก็มีศักดิ์ศรีเท่ากันทุกคน ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ตำรวจชั้นประทวนก็ตาม
ส่วนการขอขมาไม่เกี่ยวข้องกับคดีที่ผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ สำหรับข้อหาหมิ่นประมาท อาจจะไกล่เกลี่ยกันได้ ส่วนข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ ข้อหานี้ไม่สามารถยอมความกันได้ แต่หลังจากที่ นายนันทยุทธ เดินทางมาขอขมาแล้ว พนักงานสอบสวนจะได้นำตัว นายนัทยุทธ ไปสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ และพนักงานสอบสวนจะได้ปล่อยตัวไปชั่วคราว เพราะ นายนันทยุทธ ถือว่าเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง โดยที่ยังไม่ได้ออกหมายจับ
ด้าน ส.ต.อ.ยืนยง พรมพิมาร ผบ.หมู่ (ป.)สภ.ท่าม่วง กล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งด่านตามปกติ มีเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ประมาณ 5-6 นาย เมื่อ นายนันทยุทธ ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา ก็ได้เรียกเพื่อขอดูใบขับขี่รวมทั้งเอกสารหลักฐานของรถจักรยานยนต์ ปรากฎว่า นายนันทยุทธ ไม่มีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ อีกทั้ง พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์ก็หมดอายุ จึงเขียนใบสั่งให้ นายนัทยุทธ ไปเสียค่าปรับที่ สภ.ท่าม่วง
อย่างไรก็ตามขณะนั้น นายนันทยุทธ ได้ชี้ให้ดูรถจักรยานยนต์คันอื่นที่วิ่งผ่านไปมาว่า พร้อมกับพูดว่าทำไมจับรถตนคนเดียว คันอื่นไม่จับ ซึ่งก็ได้อธิบายว่า กำลังเจ้าหน้าที่มีน้อยไม่สามารถจับรถได้ทุกคัน ซึ่งก็ไม่ได้มีการโต้เถียงแต่อย่างใด จนกระทั่ง นายนันทยุทธ มาโพสต์เฟซบุ๊กด่าด้วยถ้อยคำรุนแรง ส่วนการที่ นายนันทยุทธ มาขอโทษก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้ทุกฝ่ายรู้สึกสบายใจ ส่วนเรื่องคดีก็ขอให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน
ด้าน นายนันทยุทธ ตันสาโรจน์ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ทั่วไป สังกัดสำนักคณะกรรมการบริหาร กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้ากล่าวว่า สำนึกผิดที่ได้กระทำลงไปตั้งแต่วันแรกแล้ว และต้องขอขอบคุณ ผู้ใหญ่ทางกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้าที่ให้ความช่วยเหลือและเมตตา
"วันนี้ผมสำนึกผิดแล้ว ผู้ใหญ่ก็ได้พาผมมาขอขมาพี่ๆ ตำรวจทุกๆ ท่าน ทั่วประเทศ ที่ผมทำลงไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ต้องขอขอบคุณและขอโทษทุกท่านด้วยครับ"นายนันทยุทธกล่าว







