posttoday
สงครามความคิด

สงครามความคิด

24 มิถุนายน 2553

...ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์

แม้สามารถผ่าตัดเนื้อร้ายเรียบร้อยแล้ว แต่เชื้อโรคร้ายยังดำรงอยู่ และเป็นเชื้อแรงเสียด้วย ดังนั้นรัฐบาลต้องให้ยาแรงเพื่อทำลายเชื้อให้หมดไปหรือลดลงจนไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตของคนไข้อีกต่อไป ขณะเดียวกัน คนไข้ก็ต้องฟื้นฟูสภาพร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายและให้วิตามินเสริม เช่น การปฏิรูปสังคมเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้เชื้อฟื้นตัวและกลับมาโจมตีรัฐบาลได้อีกในอนาคต

การต่อสู้ครั้งนี้เดิมพันสูงมากดังที่เคยกล่าวมาแล้ว วันที่ 24 มิ.ย. 2475 คนไทยกลุ่มหนึ่งได้ยึดอำนาจโดยเปลี่ยนแปลงระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็น “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุข” วันนี้ 24 มิ.ย. 2553 คนกลุ่มหนึ่งได้จัดตั้งขบวนการและประกาศตนชัดเจนที่ไม่เพียงจะล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์เท่านั้น แต่พร้อมจะ “ล้มเจ้า” ด้วย วันที่ 4 ก.ค. ซึ่งเป็นวันครบรอบการปฏิวัติฝรั่งเศสเมื่อ ค.ศ. 1789 ก็กำลังใกล้เข้ามา ซึ่งคนกลุ่มนี้พยายามใช้วันปฏิวัติเปลี่ยนระบอบกษัตริย์ทั้งปฏิวัติฝรั่งเศส ปฏิวัติราชวงศ์โรมานอฟ ปฏิวัติเนปาล มาเป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้

การต่อสู้ครั้งนี้จึงเป็น “การต่อสู้ทางความคิด” การเคลื่อนไหวทางกายภาพก็เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางอุดมการณ์การเมืองที่ตั้งไว้ ดังนั้นการเอาชนะขบวนการนี้จึงต้องชนะกันที่ความคิดที่คนพวกนี้ได้ปลุกระดม ปลุกปั่นประชาชนในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้เชื่อในการล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์และสร้างความเกลียดชังต่อสถาบัน

สื่อที่เกิดขึ้นจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศถูกนำมาใช้ในทางทำลาย สื่อเหล่านี้ไม่ใช่เป็นสื่อบริสุทธิ์ในความหมายของสื่อมวลชนทั่วไป แต่เป็นเพียง “เครื่องมือการโฆษณาชวนเชื่อ” หรือ “เครื่องมือบ่อนทำลาย” ที่ใช้ปลุกระดม ปั่นหัว เปลี่ยนความคิดของประชาชนกลุ่มหนึ่ง คล้ายกับการบ่อนทำลายของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พ.ค.ท.)

การใช้ พ.ร.ก.ภาวะฉุกเฉิน หรือกฎหมายความมั่นคงอื่นๆ อย่างเดียวคงไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ในระยะยาวได้ แต่ต้องปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมของบุคคลทั้งในระยะสั้นและระยะยาวให้คิดในทางที่ถูกที่ควร “การปฏิบัติการข่าวสาร” เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่รัฐบาลควรนำมาใช้ในการต่อสู้กับการ “โฆษณาชวนเชื่อ” ของฝ่ายตรงข้ามซึ่งทำงานอย่างได้ผล

รัฐบาลมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติการข่าวสารอยู่แล้ว เช่น พ.อ.เศรษฐพงษ์ มะลิสุวรรณ นตท.26 จปร.37 นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ รอง ผบ.ทหารสูงสุด และเป็นอาจารย์พิเศษของโรงเรียน จปร. ซึ่งได้ให้คำอธิบายต่อการปฏิบัติการข่าวสารไว้ว่า “เป็นการสนธิการปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้มีอิทธิพล ทำลาย ลดประสิทธิภาพของฝ่ายตรงข้าม โดยมุ่งปฏิบัติการด้านมวลชน ข่าวสารสู่สื่อสารมวลชน การปฏิบัติการจิตวิทยาที่มีผลในแง่ความคิด ความเชื่อ และการตกลงใจต่อฝ่ายตรงข้าม แสวงหาความได้เปรียบทางการสารสนเทศ หรือการครองความเหนือกว่าในด้านข่าวสารข้อมูลเพื่อให้มีอำนาจในการควบคุมสนามรบในเวลาและสถานที่ที่ต้องการ”

การปฏิบัติการข่าวสาร เป็นส่วนหนึ่งของ “สงครามข่าวสาร” ที่เราอาจเรียกว่าเป็น “สงครามเล็ก” ก็ได้ และถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของ “วงจรข่าวกรอง” การต่อสู้ในสงครามข่าวสาร ปัจจัยเวลาถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ดังนั้นผู้ปฏิบัติจะไปคิดและปฏิบัติแบบราชการไม่ได้

รัฐบาลต้องเร่งทำลายเครื่องมือการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายตรงข้ามให้ได้เสียก่อน และต้องทำโดยทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ส่งข้อมูลผิดๆ หรือบิดเบือนไปสู่ประชาชนผ่านการโฆษณาชวนเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นสื่อโทรทัศน์ดาวเทียม วิทยุชุมชนที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ

รัฐบาลจะต้องดำเนินการอย่างทันทีต่อเว็บไซต์บ่อนทำลายที่เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต นอกจากการพิสูจน์ทราบกลุ่มบุคคลแล้ว ยังต้องหาทางเข้าถึงบุคคลดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจ และสร้างเครือข่ายสังคมเพื่อตอบโต้ อาจกล่าวได้ว่าสื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นสนามรบสำคัญที่สุดในการต่อสู้ทางความคิดในยุคปัจจุบันและอนาคต

รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน จริงจังต่อสื่ออื่นที่ฝ่ายตรงข้ามใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ อาทิ การโฆษณาชวนเชื่อผ่านโทรศัพท์มือถือ การผลิตและแจกจ่ายแผ่นวีซีดี เหล่านี้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อที่มีประสิทธิภาพและเผยแพร่ได้รวดเร็ว การจัดการกับสื่อสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ วารสาร พ็อกเกตบุ๊ก แผ่นปลิว ป้ายประกาศ ฯลฯ ที่มีข้อความขัดต่อกฎหมาย

การดำเนินการต่อเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อเพื่อบ่อนทำลายประเทศชาติเช่นนี้ ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนแต่อย่างใด รัฐบาลต้องแยกให้ออกว่าอะไรคือสื่อมวลชนที่แท้จริง อะไรคือเครื่องมือการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายตรงข้าม และทำอย่างตรงไปตรงมา ไม่กลั่นแกล้ง

นอกจากเร่งมือในการลด ขัดขวาง ยุติเครื่องมือการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายตรงข้ามให้ได้แล้ว รัฐบาลต้องเร่งปฏิบัติการข่าวสารสู่ประชาชนผ่านสื่อภาครัฐและเอกชนอย่างกว้างขวาง โดยจัดความสำคัญเร่งด่วนในการทำความเข้าใจกับมวลชนของฝ่ายตรงข้ามให้ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนทัศนคติมาในทางที่ถูกที่ควร

ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามใช้การโฆษณาชวนเชื่อด้วยการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ส่งความเท็จสู่ประชาชนหรือโกหกประชาชนอย่างหน้าด้านๆ ในการปฏิบัติการข่าวสารต่อมวลชน รัฐบาลต้องไม่โกหกประชาชน แต่ต้องให้ “ความจริง” แก่ประชาชน ความจริงเท่านั้นที่จะฆ่าความเท็จ

คนโกงกลัวการตรวจสอบ คนโกหกกลัวความจริง

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน