
วิกฤตน้ำท่วม สร้างความแข็งแกร่ง
พิทักษ์ พฤทธิสาริกร เป็นนักเรียนทุนหลวงไปเรียนสาขาวิศวกรรมที่ญี่ปุ่น
พิทักษ์ พฤทธิสาริกร เป็นนักเรียนทุนหลวงไปเรียนสาขาวิศวกรรมที่ญี่ปุ่น กลับมาทำงานในฐานะข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่กว่า 10 ปี เป็นวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังไม่ได้ทำงานตรงกับความรู้ที่เรียนมาเลย ตอนรับราชการที่กระทรวงอุตฯ ได้มีโอกาสทำงานในส่วนของการบริหารศูนย์ทดสอบไอเสียรถยนต์ที่เป็นความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นกับไทย จึงมีความรู้เกี่ยวกับมลพิษไอเสียไปโดยปริยาย เพราะเป็นเรื่องที่ละ เอียดมาก ก่อนที่จะมาร่วมงานกับฮอนด้าในปี 2542ในตำแหน่งผู้จัดการส่วนงานรับรองและข้อกำหนดผลิตภัณฑ์
จากวิศวกรที่ทำงานในห้องแล็บ มาสู่งานบริหารได้อย่างไร คงตอบไม่ได้ เพราะที่นี่คือ ฮอนด้า ทุกอย่างต้องเริ่มเรียนรู้จากศูนย์ แต่เชื่อว่าเมื่อทุกอย่างอยู่บนหลักการและเหตุผลที่ถูกต้องงานอะไรก็ทำได้ พอตำแหน่งสูงขึ้นงานที่ได้รับผิดชอบก็มากขึ้นเรื่อยๆ จนได้เข้ามางานมาร์เก็ตติ้ง การขาย และเป็นกรรมการบริหาร (บอร์ด) บริษัทในปี 2550 และก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดของฮอนด้า ประเทศไทย ในปี 2557
พิทักษ์ บอกว่า แม้จะขึ้นบริหารงานในตำแหน่งสูงสุดของฮอนด้า ประเทศไทย แต่รูปแบบการทำงานยังคงเหมือนเดิม เพราะมันไม่ใช่การบริหารงานสไตล์พิทักษ์ แต่เราทำงานบริหารงานสไตล์ฮอนด้าที่ทำงานแบบเป็นทีม โดยผู้บริหารจะเป็นฟันเฟืองที่สำคัญที่ทำให้เป็นทีมเดียวกัน ทำให้ทุกอย่างเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 เป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของทั้งพิทักษ์และทีมเวิร์กของฮอนด้า เพราะโรงงานถูกน้ำท่วมจนเกิดความเสียหายมากที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา แต่ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่ยืดหยุ่นและความร่วมมือร่วมใจกัน ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้สำเร็จในเวลาอันสั้น คีย์สำคัญมาจากทิศทางที่ชัดเจนภายใต้การบริหารงานของหัวหน้าภูมิภาคที่นิ่งมาก มีการประชุมกันกำหนดวิธีการแก้ปัญหา โดยตั้งเป้าหมายว่าจะใช้วิกฤตตรงนี้ทำให้บริษัทแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม
สิ่งที่ทำคือ การบริหารความเชื่อมั่น สิ่งที่เราต้องการคือความเข้าใจ แต่ไม่ได้ต้องการความสงสาร เพราะแค่ความสงสารอย่างเดียวไม่พอ เนื่องจากความสงสารกับความมั่นใจมันไปในคนละทางกัน เพราะฉะนั้นเราต้องบริหารความเชื่อมั่นกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ตั้งแต่พนักงาน สังคม ภาครัฐ พันธมิตร ดีลเลอร์ ให้เชื่อมั่นกับบริษัท
เราให้ความมั่นใจกับสังคม โดยประกาศชัดเจนว่าฮอนด้าจะไม่ย้ายฐานการผลิต และบริจาคเงิน 100 ล้านบาท เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม ด้วยเหตุผลที่ว่า แม้บริษัทจะเดือดร้อนแต่สังคมเดือดร้อนยิ่งกว่า คนในวงกว้างที่เคยให้การสนับสนุนฮอนด้าจนสามารถเติบโตในประเทศไทยได้ เขาก็เดือดร้อนเหมือนกัน จึงต้องดูแลสังคมในยามที่เราเกิดปัญหาด้วย ส่วนพนักงานบริษัทประกาศจ่ายค่าแรงให้ครบถ้วน แม้กระทั่งพนักงานชั่วคราว เพื่อให้เชื่อมั่นว่าบริษัทยังคงดูแล
แม้ฮอนด้าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่หนักที่สุด แต่การที่แสดงให้เห็นชัดเจนถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย สร้างความเชื่อมั่นต่อทุกส่วน ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นกลับมา เราสามารถฟื้นกลับมาได้ด้วยระยะเวลาเพียง 5-6 เดือนเท่านั้น และในเวลานั้นเอง ยอดจองรถยนต์ของบริษัทยังมีเพิ่มขึ้นตลอดเวลา แม้เวลานั้นโรงงานยังจมน้ำอยู่ นั่นเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างหนึ่งที่เกิดจากการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดกับทุกส่วน และทำให้ฮอนด้ากลับมาได้อย่างแข็งแกร่ง







