
ต่างชาติชี้เกาะพยามคงเสน่ห์เที่ยวไทย
ท่ามกลางกระแสการโหมพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้แหล่งการท่องเที่ยวดาวรุ่งกลายเป็นดาวร่วง อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวบางแห่งอย่างเกาะพยาม จ.ระนอง กลับสามารถรักษามนต์เสน่ห์ในอดีตไว้ได้ในปัจจุบัน
ท่ามกลางกระแสการโหมพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้แหล่งการท่องเที่ยวดาวรุ่งกลายเป็นดาวร่วง อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวบางแห่งอย่างเกาะพยาม จ.ระนอง กลับสามารถรักษามนต์เสน่ห์ในอดีตไว้ได้ในปัจจุบัน
ซีเอ็นเอ็นเผยแพร่บทความของ เอียน นอยเบอร์ นักข่าวอิสระผู้เชี่ยวชาญการด้านการท่องเที่ยว ระบุว่า หากต้องการที่พักผ่อนที่สงบ เกาะพยามยังเหมือนประเทศไทยในช่วงทศวรรษ 1970
นอยเบอร์ ได้มีโอกาสมาเที่ยวเกาะพยามครั้งแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หลังจากเห็นโบรชัวร์บนโต๊ะที่ข้าวสาร ซึ่งระบุว่าเกาะพยามนั้นเหมือน “สมุยในยุค 70” นับเป็นจุดเริ่มต้นให้นอยเบอร์ตัดสินใจซื้อตั๋วไปเกาะพยามทันที และใช้เวลาอยู่ที่นั่นนานถึง 6 เดือน
ล่าสุด เมื่อได้มีโอกาสกลับไปที่เกาะพยามอีกครั้ง แม้จะอดติเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ได้ แต่นอยเบอร์ก็รู้สึกอดที่จะชื่นชมการรักษาสภาพแบบเดิมๆ ของเกาะไว้ได้
“ผมแอบผิดหวังเล็กน้อย เมื่อพบว่าเกาะพยามเปลี่ยนไปมาก เมื่อ 10 ปีก่อนผมยังต้องนั่งเรือเฟอร์รี่ที่ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ใช้ชีวิตร่วมกับชาวประมงบนเกาะ ถ้าวันไหนผมโชคดีผมก็จะตกได้ปลาซึ่ง สเตลลา เจ้าของคาเฟ่ ‘บ้านน้ำชา’ จะนำปลาไปทำอาหารให้ผมทาน” นักข่าวอิสระ ระบุ
การกลับไปครั้งล่าสุด นอยเบอร์ พบว่าไม่มีชาวประมงที่ทอดอารมณ์บนแพปลาอีกต่อไป เรือสปีดโบตที่ใช้เวลาน้อยกว่าเข้ามาแทนที่ ขณะที่เกาะมีการพัฒนามากขึ้น ทั้งร้านอาหาร ร้านขายของชำ และบังกะโล
ขณะที่บ้านน้ำชาปิดตัวลงเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม นอยเบอร์ยังรู้สึกดีที่เกาะพยามสามารถรักษาความน่าประทับใจไว้ได้เหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เพราะบนเกาะพยามยังคงไม่มีรีสอร์ทขนาดใหญ่ ไม่มีผับ ไม่มีปาร์ตี้ตอนกลางคืน และยังคงมีนักท่องเที่ยวน้อยอยู่
แพทริเซีย ตอกนี เจ้าของบาร์บนเกาะจากสวิตเซอร์แลนด์ แสดงความเห็นถึงเหตุผลที่เกาะพยามไม่เปลี่ยนไปมากนัก ก็เนื่องจากต้นทุนการสร้างรีสอร์ทที่นี่มีต้นทุนสูง และที่สำคัญเกาะพยามมีฤดูการท่องเที่ยวที่สั้นมาก โดยมีเพียง 4 เดือนเท่านั้นที่ปลอดฝน
“ผมจะบอกให้นะว่า บนเกาะไม่มีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการรองรับนักท่องเที่ยวเป็นพันๆ ได้เลย ตอนนี้บนเกาะยังไม่มีไฟฟ้าใช้เลย เอทีเอ็ม เจ็ตสกี และปาร์ตี้ใหญ่ ก็ไม่น่าจะมีด้วย” ตอกนี กล่าว
เกาะแห่งนี้จึงยังรักษาความสงบเรียบง่ายไว้ได้เหมือนในอดีต ไม่มีรีสอร์ทขนาดใหญ่ สิ่งที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงแค่การอำนวยความสะดวกเท่านั้น
ขณะที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่กลับเป็นชนชั้นกลางยุโรปมากกว่าจะเป็นบรรดาฮิปปี้ที่ไปกระจุกตัวอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม
นอยเบอร์ ทิ้งท้ายไว้ว่า เกาะหลายแห่งของไทยที่เคยมีมนต์เสน่ห์เหมือนเกาะพยามในปัจจุบัน แต่การพัฒนาก็ทำให้มนต์เสน่ห์นั้นหายไปในที่สุด
“สิ่งที่เกาะพยามดึงดูดผมมากที่สุดคือความไม่มี ไม่มีการจราจรและที่สำคัญไม่มีฟูลมูนปาร์ตี้ด้วย” นักข่าวอิสระ กล่าว







