
กมธ.ปฏิรูปฯนัด19เม.ย.สรุปประเด็นอภิปรายร่างรธน.
"บุญเลิศ" เผย กมธ. ปฏิรูปการเมือง นัดหารือประเด็นในการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญครั้งสุดท้ายในวันที่ 19 เม.ย. คาด สปช. อภิปราย 7 วันราบรื่น
"บุญเลิศ" เผย กมธ. ปฏิรูปการเมือง นัดหารือประเด็นในการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญครั้งสุดท้ายในวันที่ 19 เม.ย. คาด สปช. อภิปราย 7 วันราบรื่น
เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายบุญเลิศ คชายุทธเดช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ(กมธ.)ปฏิรูปการเมือง กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกระหว่างวันที่ 20-26 เม.ย. นี้ ว่า หลังจากได้รับร่างแรกของรัฐธรรมนูญในวันที่ 17 เม.ย. นี้ ทางกมธ.ปฏิรูปการเมือง ก็จะมีการนัดประชุมร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 19 เม.ย. เพื่อมาศึกษารายละเอียดและซักซ้อมความพร้อมในการอภิปรายเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของระบบการเมือง องค์กรอิสระ การปรองดอง รวมทั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ โดยเบื้องต้นทางกมธ.ปฏิรูปการเมือง ได้มอบหมายให้นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานกมธ.ปฏิรูปการเมือง ทำหน้าที่อภิปรายและนำเสนอภาพรวมของโครงสร้างการเมืองทั้งหมด
นายบุญเลิศ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อเสนอที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มาจากการเลือกตั้ง จำนวน 77 คน จังหวัดละ 1 คน แต่มีเงื่อนไขว่าต้องให้คณะกรรมการสรรหามาก่อนนั้น ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เนื่องจากมองว่าหากกมธ.ยกร่างฯตั้งใจที่จะเปิดกว้างให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งแล้ว ก็ไม่ควรจะตัดสิทธิหากว่าบุคคลนั้นมีคุณสมบัติพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญครบถ้วน ก็ควรมีสิทธิลงสมัครส.ว.การกำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหาเพื่อมาตัดสิทธิผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนนั้นไม่น่าจะถูกต้องและเหมาะสม
ส่วนประเด็นที่มานายกรัฐมนตรี มติของกมธ.ปฏิรูปการเมือง ได้เปิดช่องไว้ว่า หากภาวะบ้านเมืองเกิดทางตัน หรือ วิกฤตการณ์ หรือนายกรัฐมนตรีไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้ ก็ควรเปิดช่องไว้ แต่สิ่งที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญนำเสนอมานั้นไม่ได้มีการพูดถึงเหตุการณ์วิกฤติเลย เพียงแต่เปิดช่องไว้เท่านั้น ดังนั้นประเด็นนี้ก็ต้องพิจารณากัน
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการอภิปรายตลอดทั้ง 7 วันจะเป็นไปด้วยความราบรื่น แม้จะมีความเห็นที่แตกต่างก็เป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก
"กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญและสปช.อยู่เรือลำเดียวกันแล้ว ต้องไปให้ถึงฝั่งให้ได้ หากมีใครไปขย่มเรือให้น้ำเข้าหรือเปลี่ยนทิศ เปลี่ยนทาง ก็คงต้องว่ากันเป็นรายๆไป แต่คิดว่าเท่าที่ทำงานด้วยกันมาก็ไม่น่าจะมีปัญหาใด"นายบุญเลิศ กล่าว







