
ชีวิตบนรถเข็นของครูฝึกไตรกีฬา ‘โค้ชกระสุน’
บางคนบอกให้เขารอปาฏิหาริย์ แต่เขาบอกจะรอทำไมในเมื่อยังหายใจ ชีวิตของ โค้ชกระสุน-สุนทร ใจมาบุตร
โดย...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย
บางคนบอกให้เขารอปาฏิหาริย์ แต่เขาบอกจะรอทำไมในเมื่อยังหายใจ ชีวิตของ โค้ชกระสุน-สุนทร ใจมาบุตร เคยเหลือแต่เพียงร่างกายที่ไม่เคลื่อนไหวกับลมหายใจที่ทำให้รู้ว่ายังมีชีวิต
เมื่อ 2 ปีก่อนเขาเป็นนักไตรกีฬาทีมชาติไทย ดาวรุ่งดวงใหม่ในวงการที่ไต่ระดับขึ้นมาอย่างรวดเร็วตามสมญานามกระสุนที่ได้รับมา แต่แล้วชีวิตก็พลิกเหมือนแค่กลับเหรียญ วันนั้นเขากระโดดน้ำเล่นกับเพื่อนแต่เพราะความประมาทเลินเล่อทำให้ศีรษะไปกระแทกพื้นสระอย่างแรง จนกระดูกคอซี่ที่ 6 และ 7 แตกละเอียด หมอบอกว่าเขาอัมพาตทั้งตัวและต้องนอนติดเตียงไปตลอดชีวิต
แต่จุดเปลี่ยนในชีวิตของโค้ชกระสุนไม่ใช่วันเกิดอุบัติเหตุ มันคือวันหลังจากนั้นอีก 2 สัปดาห์ วันที่คิดได้ว่า “ต้องทำอะไรสักอย่างกับชีวิต”
“จากที่เรามีสิบกลายเป็นเหลือศูนย์ ทำให้เราต้องไล่เรียงแล้วว่าอะไรสำคัญที่สุดในชีวิต” เขาเริ่มถอดหัวโขนที่ใส่อยู่ออกทีละชั้น ทั้งความมั่นใจว่าตัวเองเก่ง ตัวเองแข็งแรง หรือความทะนงตนว่าทุกคนต้องสนใจ เขาถอดออกก่อน แล้วมองกลับมาที่ตัวเองในฐานะผู้ป่วยไขสันหลังที่ทำได้เพียงกระดิกคอและคิดได้ว่า “ฉันต้องทำ” เขาเริ่มจากนำหนังยางมาดีดเล่นจนทำให้มือที่หงิกกลายเป็นกางออกและแขนเริ่มขยับได้ เข้ารับการฟื้นฟูที่ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจนสามารถกลับมานั่งได้อีกครั้ง และกล้าที่จะลงว่ายน้ำทั้งที่ไม่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรแต่ที่รู้คือเขาจะไม่อยู่กับที่
ในวันนี้เขาผันตัวเองมาเป็นโค้ชไตรกีฬา จัดตั้งทีมของตัวเองชื่อ ไตร บูลเลต (Tri-Bullet) มีลูกทีม 14 คน หนึ่งในนั้นคือ โปรอุ้ย-ทัศน์วรรณ ศิริวงศ์ นักไตรกีฬาหญิงเบอร์หนึ่งของไทยที่เขาปั้นมากับมือ ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาถูกถ่ายทอดสู่ลูกทีม เขาเขียนโปรแกรมการฝึก การรับประทาน และการนอนที่เหมาะสมกับนักกีฬาแต่ละคน ส่วนตัวเขาเองก็เข้มงวดกับตัวเองไม่ต่างกัน เขาเล่าว่าก่อนหน้านี้เคยนำอาการป่วยมาเป็นข้ออ้างในการออกกำลังกาย แต่ก็คิดได้ว่าชีวิตเขาเคยนอนบนเตียงเป็นปี มันพักมามากพอแล้ว ทำให้ทุกวันนี้เขาจะว่ายน้ำ 3,000 เมตรทุกเช้า บางวันเข้ายิมยกถุงทรายข้างละ 16 กิโลกรัม และวันไหนว่างจะออกไปเที่ยว อย่างปีที่แล้วก็พาตัวเองเข็นวีลแชร์ไปเล่นน้ำสงกรานต์คนเดียว
“ผมเลือกที่จะอยู่คนเดียว” เขากล่าว การได้อยู่คนเดียวมันทำให้ได้คิดกลับมาหาตัวเองมากขึ้น เขาพยายามอยู่ให้ได้เองเพราะไม่มีใครอยู่ด้วยกันได้ตลอดไป และเขาก็ไม่อยากให้ใครมาช่วยตลอดเวลา แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังมีครอบครัวอยู่ใกล้ๆ คนนั้นคือ แม่บุญธรรม เดือน เจริญยศ ท่านเป็นอาจารย์โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ผู้สนับสนุนให้โค้ชเข้าสู่วงการกีฬา เบื้องหลังสำคัญที่ทำให้เด็กเกเรคนหนึ่งกลายเป็นนักกีฬาดีกรีทีมชาติ
สิ่งที่โค้ชกำลังทำคือการแสดงให้คนอื่นเห็นว่า “เรายังมีชีวิตอยู่ เรายังใช้ชีวิตได้ เราแค่เป็นคนป่วย เรายังไม่ตาย” ตอนนี้เขายังทำประโยชน์ให้แก่สังคมและยังช่วยเหลือคนอื่น วิธีหนึ่งที่โค้ชทำเพื่อสร้างแรงบันดาลใจคือการถ่ายทอดเรื่องราวลงแฟนเพจเฟซบุ๊ก Soonthon Jaimabud เขาไม่ต้องการยอดไลค์ เขาไม่ต้องให้คนมาสงสาร แต่เขาอยากให้คนที่อ่านแม้เพียงหนึ่งคนคิดได้ โค้ชยกตัวอย่างคนคนหนึ่งที่กำลังจะล้มละลายแต่กลับฮึดสู้กลับมาทำธุรกิจได้อีกครั้ง เขาเข้าไปคุยกับโค้ชในเฟซบุ๊ก โค้ชไม่ได้บอกวิธีการทำธุรกิจหรืออะไร แค่เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตให้ฟังเท่านั้นเอง
โค้ชกระสุนคิดเสมอว่ายังมีคนที่หนักกว่าเรา หากวันไหนที่รู้สึกท้อก็จะบอกกับตัวเองว่า “ไม่เป็นไร” พอคิดแบบนี้แล้วจะไม่ตั้งความหวังให้ชีวิต แต่ใช่ว่าจะหมดหวัง โค้ชเข้าใจดีว่าความรู้สึกสิ้นหวังนั้นเป็นอย่างไร ดังนั้นตราบใดที่ยังมีลมหายใจถ้าคุณมีโอกาสคุณต้องทำ
“ผมชอบล้ม ล้มหลายๆ ครั้ง มันไม่ใช่ความล้มเหลว แต่หมายความว่าเราจะแข็งแรงขึ้น” โค้ช กล่าว
จะเป็นอย่างไร ถ้าวันนั้นเขาบอกกับตัวเองว่า เขาเป็นอัมพาตที่ต้องนอนติดเตียงไปตลอดชีวิต วันนี้ก็คงไม่มีโค้ชไตรกีฬาผู้ปั้นแชมป์ระดับประเทศ และคงไม่มีนักปั้นแรงบันดาลใจมือทองที่ทำให้ผู้อื่นอยากมีชีวิตต่ออย่างมีคุณค่า
โค้ชกระสุนเคยเป็นตัวแทนเยาวชนว่ายน้ำทีมชาติไทยตั้งแต่อายุ 17 ปี และได้แชมป์ไตรกีฬาระดับประเทศ 3 ปีซ้อนในปี 2548-2550 ขณะนี้เขาอายุ 29 ปี เป็นผู้ป่วยไขสันหลังขั้นรุนแรง ไม่สามารถเดินได้ และมีอาการระบบประสาทส่วนกลางทำงานผิดปกติทำให้ไม่มีเหงื่อ เกิดโรคฮีตสโตรค (Heat Stroke) ได้ง่ายถ้าอยู่ในอากาศร้อนนานเกินไป และยังทำให้กระวนกระวาย ก้าวร้าว ประสาทหลอน หมดสติ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต อาชีพปัจจุบันคือเป็นโค้ชคุมทีม ไตร บูลเลต ดูแลทีมนักไตรกีฬา 14 คน และในอนาคตเขาอาจกลับมาอยู่ในฐานะนักกีฬาในการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำคนพิการก็เป็นได้







