
สธ.ออกประกาศห้ามรถพยาบาลซิ่งเกิน80 กม./ชม.
“รัชตะ” แถลงสั่งรถกระทรวงหมอทั้งหมดห้ามวิ่งเกิน90 กม./ชม. หนุนกระทรวงอื่นทำตาม
“รัชตะ” แถลงสั่งรถกระทรวงหมอทั้งหมดห้ามวิ่งเกิน90 กม./ชม. หนุนกระทรวงอื่นทำตาม
วันที่ 9 เม.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมเพื่อลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยหนึ่งในมาตรการได้แก่ การขับเคลื่อนมาตรการองค์กรเพื่อความปลอดภัยทางถนน ให้สธ.เป็นองค์กรต้นแบบ
ทั้งนี้ ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้พื้นที่ภายในหน่วยงานสังกัดกระทรวงฯ ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เป็นเขตสวมหมวกนิรภัยและคาดเข็มขัดนิรภัย 100% นอกจากนี้ ยังออกมาตรการเพื่อความปลอดภัย โดยให้รถพยาบาลขณะนำส่งผู้ป่วยจะต้องใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
“มาตรการดังกล่าว เกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และผู้ป่วยเป็นหลัก ทั้งนี้ เมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ของสธ. เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในรถพยาบาลระหว่างนำส่งผู้ป่วย สูงถึง 19 ราย อย่างไรก็ตาม ประชาชนไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับอันตรายหากรถพยาบาลวิ่งช้า เนื่องจากอุปกรณ์กู้ชีพภายในรถพยาบาล สามารถทำงานได้เต็มที่ เพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้ป่วย” ศ.นพ.รัชตะกล่าว
นอกจากนี้ สธ. ยังได้ออกมาตรการกำหนดให้รถยนต์ในราชการใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และบุคลากรจะต้องปฏิบัติตามกฎจราจร 5 เรื่อง คือไม่ขับรถเร็ว ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถทุกชนิด ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนและขณะขับรถทุกชนิด ให้สวมหมวกนิรภัย/คาดเข็มขัดนิรภัย เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชนในการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยหวังว่าหลังจากนี้ หน่วยงานอื่นจะนำหลักการดังกล่าวไปเป็นหลักปฏิบัติด้วยต่อไป
ศ.นพ.รัชตะ กล่าวอีกว่า สธ.ได้เตรียมความพร้อมเพื่อลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด 3 มาตรการใหญ่ ได้แก่ 1.การรักษาพยาบาล ให้โรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศที่มี 855 แห่งทั้งในกทม.ปริมณฑล ต่างจังหวัด เตรียมความพร้อมการรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บซึ่งมี 2 ส่วนคือทีมแพทย์ฉุกเฉินทุกระดับ ทั้งรัฐ เอกชน มูลนิธิและอาสาสมัครต่างๆ ทั่วประเทศ 15,223 ทีม บุคลากรรวม 159,854 คน ในการช่วยผู้บาดเจ็บที่จุดเกิดเหตุภายใน 10 นาทีหลังรับแจ้งเหตุทางสายด่วน 1669 และนำส่งโรงพยาบาลเร็วที่สุด และเตรียมความพร้อมห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด ห้องไอซียู คลังเลือดทุกหมู่เพิ่ม 2 เท่าตัว สำรองเตียงเพิ่ม 20% จัดทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ประมาณ 160,000 คน พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยเน้นในช่วงที่เกิดอุบัติเหตุเวลา 22.00 น. – 24.00 น. เป็นพิเศษ
2.การควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าการเมาสุราเป็นสาเหตุ 1 ใน 3 ของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมด โดยจะเข้มข้นการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 โดยห้ามขายและห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ 10 ประเภท ได้แก่ ศาสนสถาน สถานบริการสาธารณสุขและร้านขายยา สถานที่ราชการ/รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงานอื่นของรัฐ สถานศึกษา ปั๊มน้ำมัน/ปั๊มแก๊ส สวนสาธารณะของทางราชการ ท่าเรือและเรือโดยสารสาธารณะทุกชนิด สถานีขนส่งและทางสาธารณะ สถานีรถไฟและบนขบวนรถไฟ และสถานที่ในกำกับดูแลและใช้ประโยชน์ของทางราชการ/รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงานอื่นของรัฐ ในปีนี้ ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับตำรวจกองปราบ ออกตรวจตลอด 7 วันก่อน / 7 วันระหว่าง และ 7 วันหลังเทศกาลสงกรานต์ รวม 21 วัน หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการทางกฎหมายโดยไม่ละเว้น โดยเฉพาะในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์







