posttoday
"ประยุทธ์"ส่งเทียบเชิญ"ปูติน"เยือนไทย

"ประยุทธ์"ส่งเทียบเชิญ"ปูติน"เยือนไทย

08 เมษายน 2558

นายกรัฐมนตรีไทย-รัสเซีย หารือทวิภาคีชื่นมื่น ลงนามเอ็มโอยู 5 ฉบับ ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้า 1 หมื่นล้านบาทในปี 59 ชวนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เชิญ"ปูติน"เยือนไทย

นายกรัฐมนตรีไทย-รัสเซีย หารือทวิภาคีชื่นมื่น ลงนามเอ็มโอยู 5 ฉบับ ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้า 1 หมื่นล้านบาทในปี 59 ชวนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เชิญ"ปูติน"เยือนไทย

เวลา 12.15 น. วันที่ 8 เม.ย. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวร่วมกับนายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย ภายหลังการลงนามความตกลงทวิภาคีระหว่างไทย และรัสเซีย 5 ฉบับ โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยินดีที่นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซียมาเยือนไทยในฐานะแขกของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นการเยือนครั้งแรกในรอบ 25 ปี และในปี 2560 ก็จะครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ของไทย และรัสเซีย ซึ่งเรามีเจตนารมณ์ที่จะยกระดับความสัมพันธ์ต่อไปอีก 120 ปีให้แน่นแฟ้นมากขึ้น บนพื้นฐานผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย และในเรื่องของเศรษฐกิจ เราจะผลักดันการค้าระหว่างกันให้ โตยิ่งขึ้น จากเดิมมีมูลค่าการค้าอยู่ที่ 5 พันล้านดอลาร์สหรัฐไปเป็น 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีหน้า และได้ขออย่าให้ประเทศไทยเสียดุลการค้ามากนัก โดยเชิญชวนให้รัสเซียพิจารณานำเข้าข้าว ยางพารา อาหารแช่แข็ง และสิ้นค้าเกษตรอื่นๆ


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้เชิญชวนให้รัสเซียเข้ามาแข่งขัน ประมูลโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์ของไทยตามยุทธศาสตร์ที่เราวางไว้ ส่วนผู้ประกอบการของไทยก็มีความสนใจในการลงทุนผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และอาหารในรัสเซีย ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะอำนวยความสะดวกนักลงทุนอย่างเต็มที่ และมีความยินดีที่นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย จะพบปะกับตัวแทนภาคธุรกิจของไทยในวันนี้ รวมถึงเราได้เห็นพ้องสานต่อความร่วมมือด้านพลังงาน ปิโตรเลียม และพัฒนาบุคคลากรด้านนี้ ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวรัสเซีย ซึ่งปีที่ผ่านมาเดินทางมาท่องเที่ยวไทยถึง 1.7 ล้านคน จากนี้หวังว่ามีตัวเลขเพิ่มขึ้น โดยยืนยันว่าไทยจะให้การดูแลสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยวรัสเซียและชาติอื่นๆ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีว่า ไทยสนใจร่วมมือกับรัสเซียทั้งการศึกษาและการวิจัย และนำผลวิจัยมาพัฒนาขีดความสามารถ โดยจะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับศูนย์นวัตกรรมสโคลโกโว อินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ นอกจากนี้จะส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ เพื่อให้ความสัมพันธ์แข่งแกร่งยิ่งขึ้น และยังขอให้คณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย ที่มีพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เป็นประธาน โดยจะมีการประชุมกลางปีนี้ เพื่อนำผลการหารือในวันนี้ไปทำให้เป็นรูปธรรมต่อไป นอกจากนี้ยังได้ขอให้นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย นำคำเชิญไปยังนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ให้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อความสัมพันธ์ให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น

"คำว่าเพื่อนสำคัญที่สุด เมื่อเพื่อนมีปัญหาก็ต้องการแรงใจ แรงหนุนจากเพื่อน วันนี้รัสเซียให้ความเป็นเพื่อน ผมก็จะรักษามิตรภาพนี้ไว้ ขอขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่เข้าใจ"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ด้านนายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย กล่าวว่า เราได้มีการหารือร่วมกันมาก่อนหน้านี้ ในการประชุมสุดยอดเอเชียแปซิฟิกตะวันออก ครั้งที่ 9 ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2557 ที่ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งการหารือวันนี้มีการพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ รวมถึงได้ลงนามข้อตกลงทางด้านพลังงาน การเกษตร การพัฒนาคมนาคมขั้นพื้นฐาน ด้านวัฒธรรม และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นประเทศหุ้นส่วน ที่เก่าที่สุดของรัสเซีย ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และในอีก 2 ปี ที่จะมีการเฉลิมฉลองครบรอบ 120 ปี ของความสัมพันธ์ทางการทูต โดยจะรักษาประเพณี มิตรภาพ และความเคารพต่อกัน จากนั้นเราจะได้ร่วมทำโครงการที่มีผลสำเร็จร่วมกัน

นายกรัฐมนตรีรัสเซีย กล่าวต่อว่า สำหรับด้านเศรษฐกิจเราจะเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างรัสเซียกับไทย ถึง 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตรการเจริญเติบโตร้อยละ 20 ซึ่งในปีนี้มีการพัฒนาการค้าที่ดีเพื่อช่วยส่งเสริม และขยายความสัมพันธ์ทวิภาคีทางด้านการค้าให้คึกคัก และอยากให้เพิ่มการพัฒนาส่วนประกอบสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง และยกเลิกอุปสรรคทางการค้า นอกจากนี้ยังได้ตกลงทำกิจกรรมร่วมกันในด้านอุตสาหกรรม โดยในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้ร่วมลงนามสัญญาซื้อขายเครื่องบิน 2 ลำ อีกทั้งบริษัทที่ได้เข้ามาทำกิจการในภูมิภาคนี้ได้มีผลสัมฤทธิ์ ขณะที่รัสเซียยังมีศักยภาพที่ดีทางด้านพลังงาน รวมถึงบริษัทของไทยด้านอุตสาหกรรมการเกษตรที่รัสเซีย ซึ่งมีแผนให้ขยายสร้างโรงงานทางฝั่งตะวันออกของรัสเซีย รวมถึงมีการพิจารณาโครงการอื่นๆ ด้วย ขณะเดียวกันหน่วยงานรัฐของทั้งสองประเทศ กำลังพิจารณาในเรื่องความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม การวิจัยอวกาศ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และจะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมไทย-รัสเซีย ในการพิจารณาโครงการในระยะเวลานั้นๆ รวมถึงจัดตั้งคณะทำงานชั้นสูงที่จะมาดูแลโครงการด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการลงทุน

ขณะเดียวกัน เรามีโอกาสพบปะนักธุรกิจไทย-รัสเซีย และในระหว่างการเจรจาเราได้ให้ความสนใจถึงความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรม โดยทางรัสเซียจะให้ทุนการศึกษากับนักศึกษาไทย เพื่อที่จะเข้ามามีโอกาสได้เรียนมหาวิทยาลัยของรัสเซียต่อไป รวมถึงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ซึ่งหวังที่จะเฉลิมฉลองการครบรอบความสัมพันธ์ 120 ปี โดยจะมีการทำหนังสือเอกสารประวัติศาสตร์ความร่วมมือทางการทูตของทั้งสองประเทศออกมาจำหน่าย

สุดท้ายนี้ สิ่งที่ทำให้ประชาชนของทั้งสองฝ่ายเป็นมิตร และใกล้ชิดกว่าเดิมคือการท่องเที่ยว ซึ่งปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเดินทางมาเที่ยวเป็นจำนวนมากกว่า 1.6 ล้านคน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ต้องมีความปลอดภัยในการท่องเที่ยว และการบริการที่ดี โดยนายกรัฐมนตรีของไทย ได้แสดงความเข้าใจพร้อมสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีของไทย ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และลึกซึ้งตนมั่นใจว่า การเจรจาในวันนี้จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และจะเชิญนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางไปเยือนประเทศรัสเซียอย่างเป็นทางการต่อไป

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่