
จุรินทร์หนุนพรบ.ฟ้องหมอยันชดเชยผู้ป่วยเป็นธรรม
โพสต์ทูเดย์
— “จุรินทร์” แจงร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากหมอ ช่วยลดปัญหาฟ้องร้องนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ.... เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งผู้รับบริการคือผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์ที่ให้บริการ
นายจุรินทร์ กล่าวว่า หากความผิดพลาดหรือความเสียหายแก่ผู้รับบริการ ทางการแพทย์จะมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาชดใช้ความเสียหายให้กับผู้ป่วย และหากเป็นที่พอใจก็จะเป็นการช่วยลดการฟ้อง ร้องแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขลงได้ เพราะมีการชดเชยที่มีกฎหมายรองรับ รวดเร็ว และเป็นธรรม
สำหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขก็จะไม่ถูกฟ้องร้อง หรือถ้าถูกฟ้องร้องจริงก็มีปริมาณที่ลดลง เพราะผู้เสียหายได้รับการชดเชยอย่างทันท่วงที
รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ได้ถูกเสนอโดยกลุ่มเอ็นจีโอตามที่มีการเข้าใจผิด แต่ต้นร่างเป็นของ สธ. เดิม ซึ่งขณะนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ให้ความเห็นชอบกับร่างที่กฤษฎีกาแก้ไขและส่งต่อไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรอการพิจารณา
นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า หากมีข้อแก้ไขในรายละเอียดของร่างกฎหมาย ก็สามารถดำเนินการได้ เพราะต่อไปจะเข้าสู่สภาผ่านวาระหนึ่งแล้ว และจะอยู่ในขั้นการพิจารณาของกรรมาธิการ ซึ่งวุฒิสภาก็ยังสามารถแก้ไขปรับปรุงได้อีก หากไม่เห็นพ้องกันก็ยังสามารถตั้งกรรมาธิการร่วม 2 สภา ส่วน สธ. จะตั้งหน่วยงานหรือตัวแทนของฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าไปเป็นกรรมาธิการด้วย เพื่อให้เกิดความรอบคอบและเห็นพ้องต้องกันมากที่สุด
ขณะที่ นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา ได้ลงนามในหนังสือถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ให้ทบทวนมติ ครม. เพื่อพิจารณาผลกระทบในวงกว้าง และจะไม่สร้างปัญหาต่อเนื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในโรงพยาบาลรัฐ เอกชน คลินิก และสถานีอนามัย อาจได้รับผลกระทบจากการถูกฟ้องอาญา
นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการเอาผิดกับแพทย์พยาบาลที่ให้ผู้ประกอบวิชาชีพอื่นร่วมเป็นคณะกรรมการในการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับทางการแพทย์ที่มีลักษณะเฉพาะทาง เพราะเป็นเหมือนการใช้ระบบเสียงข้างมากในการตัดสินหลักการทางการแพทย์ โดยไม่คำนึงถึงข้อมูลเชิงวิชาการด้านการแพทย์
“
หากร่าง พ.ร.บ .ฉบับนี้มีผลบังคับใช้โดยไม่มีการศึกษาข้อมูลอย่างลึกซึ้งและรอบด้าน ผลเสียจะเกิดกับประชาชนเอง” นายกแพทยสภา กล่าว m






