posttoday
'พลังกร'หนีกรุงวุ่นวาย ซบอกเขาลุยสานฝันเยาวชน

'พลังกร'หนีกรุงวุ่นวาย ซบอกเขาลุยสานฝันเยาวชน

05 เมษายน 2558

บ้านปูนกลางเก่ากลางใหม่ชั้นเดียว ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้และดอกไม้แบบชนบท

โดย...สายอรุณ ปินะดวง

บ้านปูนกลางเก่ากลางใหม่ชั้นเดียว ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้และดอกไม้แบบชนบท อยู่ตรงข้ามโรงเรียนแม่นาเรือใต้ ต.แม่นาเรือ อ.เมือง จ.พะเยา หากใครผ่านไปมาไม่สังเกตแทบไม่อาจจะรู้ได้เลยว่า ณ สถานที่แห่งนี้คือ จุดก่อตัวโครงการ “รักษ์ศิลปะ บ้านการ์ตูน” ของนักวาดการ์ตูนมือหนึ่งของเมืองไทยคนหนึ่ง ที่ได้ผันชีวิตมาดำรงอยู่แบบคนในชนบททั่วไปในชุมชนที่สงบเงียบแห่งนี้

พลังกร สุรเดช วัย 64 ปี แต่ยังดูไม่เหมือนผู้สูงอายุ ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา บ่งบอกถึงผู้ที่มีอารมณ์ศิลปินที่มีความสุข เพราะใช้ชีวิตท่ามกลางผู้คน ธรรมชาติแบบชนบท ในน้ำมีปลา ในนามีคนทำนาและปลูกข้าวอยู่ข้างบ้าน

เดินชมบ้าน ชมไม้ดอกไม้ประดับไปพลาง ไม่กี่ก้าวก็ถึงเรือนเล็กๆ หลังบ้าน ด้านหน้ามีป้ายระบุข้อความ “โครงการรักษ์ศิลปะ บ้านการ์ตูน” ถัดไปประตูเรือนมีการ์ตูนวาดลายเส้นสารพัดภาพ ทั้งลงสีและขาวดำ ดูแล้วไม่เบื่อเลยแม้แต่น้อย ภายในเรือนเต็มไปด้วยอุปกรณ์การวาดภาพ ทั้งพู่กัน เฟรม ขาตั้ง โต๊ะ เก้าอี้ มีรองรับผู้มาเยือน ทั้งผู้ที่จะมาเรียนและแขกผู้มาเยือนด้วยมิตรไมตรี และได้รับการต้อนรับจากเจ้าของบ้านที่แสนอบอุ่นทุกครั้งไป

“ผมรักการวาดรูปเป็นชีวิตจิตใจ ตั้งแต่เด็กชอบวาด ลากเส้น จนพ่อพูดมาประโยคหนึ่งว่า เส้นแต่ละเส้นมีความหมาย ลองนำมันมาต่อกันดูสิ” เหมือนกับที่วอล์ท ดิสนีย์ ว่าจุดแต่ละจุดมีความหมาย ทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจและรักการวาดรูปมาตั้งแต่เด็กในวัย 6 ปี เป็นต้นมา ...จากหมากูดลูก (หมาเกิดลูก) มาจนถึงการ์ตูนล้อเลียนการเมือง ล้อเลียนกีฬาและสารพัดผลงานถึงทุกวันนี้ นับเวลายาวนานกว่า 40 ปี ที่ผมได้อยู่กับงานที่ผมรัก” พลังกร กล่าว

ก่อนที่จะวางมือจากนักเขียนการ์ตูนล้อการเมืองของหนังสือพิมพ์ชื่อดัง “พลังกร” ได้ผันชีวิตตัวเองจากเมืองหลวงที่ต้องแข่งขันกับเวลา มาใช้ชีวิตที่สงบและเรียบง่ายที่บ้านหลังเล็กๆ กับภรรยาคู่ชีวิตที่ “พะเยา” จนกระทั่งยุติบทบาทการเขียนการ์ตูนล้อการเมืองเมื่อ ก.ค. 2557

แม้ว่าชีวิตนักวาดการ์ตูนในเมืองใหญ่ ทำเงินได้มากก็จริง แต่บางครั้งความวุ่นวายก็ทำให้ไม่มีความสุข เมื่อเวลาที่อยากพักผ่อนมาถึงก็ตัดสินใจเด็ดขาด หันหลังให้เมืองหลวงที่ไม่มีวันหลับ มาซุกอกอ้อมกอดแห่งขุนเขาที่พะเยา และเติมฝันเรื่องบ้านการ์ตูน เพราะอยากแบ่งปันสิ่งที่มีและพร้อมจะถ่ายทอดให้กับคนที่มีใจรักด้านศิลปะการวาดภาพการ์ตูน

จึงเกิดโครงการรักษ์ศิลปะ บ้านการ์ตูน ขึ้น เพราะผมมีหลักคิดในการดำเนินชีวิตว่า...“ใช้ความรู้ที่ไม่ได้มีเพียงในห้องเรียน มีค่ามหาศาล” จึงเป็นที่มาของการให้โอกาสเด็กๆ พะเยาได้มีเรือนสำหรับเป็นสถานที่วาดภาพการ์ตูน พักผ่อน เป็นเรือนเล็กๆ สามารถรองรับเด็กๆ ได้ ประมาณ 10-20 คน

“เริ่มแรกไม่ค่อยมีเด็กนักเรียนมาเรียนกันมากนัก เพราะผู้ปกครองบางคนเขาคิดว่าเขียนการ์ตูนการเมืองมันเกี่ยวข้องกับการเมือง จึงไม่อยากให้ลูกหลานมา แต่เมื่อเด็กๆ มาเรียนแล้วเด็กชอบ ก็ชวนกันมาเป็นกลุ่มมากขึ้น

มีอยู่ครั้งหนึ่งมีการก่อสร้างวัดในชุมชนบ้านแม่นาเรือ ก็ไปวาดรูปที่วัด วาดฟรีเลยไม่เอาตังค์ ชวนลูกหลานของคนในชุมชนมาวาดด้วย เป็นภาพต้นไม้บ้าง ช่วยทาสีบ้าง เมื่อผู้ปกครองมาเห็นก็ชื่นชมว่าเป็น ลูกของเขา เราก็อดภูมิใจในความสุขเล็กๆ นั้นไม่ได้”

เรียนเขียนภาพการ์ตูนที่บ้านการ์ตูนไม่เสียเงิน พร้อมทั้งได้ฝึกการสร้างความรับผิดชอบด้วย

“อุปกรณ์วาดภาพแรกๆ ผมก็จัดหาให้เด็กๆ นะ แต่สังเกตพบว่าถ้าของสิ่งไหนไม่ใช่ของเขา จะไม่มีการใส่ใจเรื่องการรักษาและรับผิดชอบ ดังนั้น ช่วงหลังๆ ผมจึงขอให้เด็กๆ ที่จะมาเรียนวาดภาพการ์ตูนได้นำอุปกรณ์มาเอง เช่น พู่กัน สี ครั้งนี้จะพบว่าเด็กแต่ละคนรักและหวงของของตัวเองมากขึ้น และใช้ของอย่างมีคุณค่า”

ว่างจากงานสอน “พลังกร” ก็ทำประโยชน์ให้สาธารณะด้วยศิลปะจากฝีไม้ลายมือให้เป็นที่พบเห็นทั่วไป ดังเช่นภาพวาดการ์ตูนพร้อมสุภาษิต คำพังเพยของไทย ติดตามกำแพงรั้วโรงเรียนบ้านแม่นาเรือใต้

“รั้วหน้าโรงเรียนทุกช่องฝีมือผมวาด ใครผ่านมาผ่านไปเห็นก็สนใจ เพราะบางครั้งทำให้เรานึกถึงคำสอนเหล่านี้ไปในตัวด้วย สุภาษิต คำพังเพย เป็นสิ่งที่มีค่าและใช้ได้ตลอดเวลาในสังคมไทยเรา นอกจากนี้ ยังมีครูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนแม่นาเรือใต้มาขอให้ผมช่วยวาดภาพการ์ตูน เพื่อนำไปเป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ทำให้เด็กนักเรียนเข้าใจง่ายขึ้น”

นอกจากงานสอนที่เป็นวิทยาทาน บางครั้ง “พลังกร” ก็เดินทางไปที่ อ.แม่สอด จ.ตาก บ้านเกิดไปเปิดคอร์สสั้นๆ สอนเขียนการ์ตูนให้เด็กๆ ด้วยเช่นกัน

ส่วนที่ จ.พะเยา บทบาทของนักวาดภาพการ์ตูนรุ่นใหญ่คนนี้ ยังเป็นวิทยากรอบรมการวาดภาพการ์ตูนให้แก่เยาวชน จ.พะเยา โดยหน่วยงานราชการจัดขึ้นเนื่องจากตระหนักถึงความสำคัญเรื่องงานศิลปะ ... แต่เสียดายไม่ต่อเนื่อง

“ผมอยากให้ราชการให้ความสำคัญกับงานศิลปะ โดยเฉพาะงานศิลปะที่จะสร้างสรรค์สังคมให้แก่เด็กๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นผม แต่เห็นว่า จ.พะเยา มีงานศิลปะของสล่าหรือศิลปินพื้นบ้านหลายแขนงด้วยที่น่าสนใจและควรค่าแก่การสนับสนุน อย่างน้อยเด็กๆ จะได้มีโอกาสเรียนรู้และสืบทอดศิลปะแขนงต่างๆ รวมถึงการใช้ศิลปะบำบัดทักษะเด็กได้ด้วย” พลังกร กล่าว

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่