
ก่อหนี้ต้องระวังส่งออกเครื่องดับหันพึ่งท่องเที่ยว
หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก แต่หันมาใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 เรื่องการบังคับใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 แทน เพื่อรักษาความสงบไม่ให้เกิดความวุ่นวายในประเทศแทน ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับหรือต่อต้านจากนานาประเทศอย่างชัดเจน อาจเพราะยังเร็วเกินไปจึงไม่สามารถประเมินผลกระทบได้
หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก แต่หันมาใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 เรื่องการบังคับใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 แทน เพื่อรักษาความสงบไม่ให้เกิดความวุ่นวายในประเทศแทน ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับหรือต่อต้านจากนานาประเทศอย่างชัดเจน อาจเพราะยังเร็วเกินไปจึงไม่สามารถประเมินผลกระทบได้
ประสาร ไตรรัตน์วรกุลผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภายใต้เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวน ภาคเอกชนจำเป็นต้องเตรียมพร้อม 2 ส่วน คือ การไม่สะสมความเสี่ยงความเปราะบางของฐานะทางการเงินในช่วงดอกเบี้ยต่ำ เพราะในอนาคตหากต้นทุนสูงขึ้นจะทำให้รับมือได้ยาก สอง คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงิน โดยเฉพาะการป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินบาท
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทประกันต่างชาติก็กลับมาเปิดรับประกันภัยท่องเที่ยวได้เต็มที่ จากเดิมไม่ครอบคลุมประเทศที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก การหันมาใช้มาตรา 44 จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหภาพยุโรปและสหรัฐ ทั้งนี้การท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นช่วยทดแทนการส่งออกที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2557
“ปีนี้คาดว่าส่งออกจะไม่ขยายตัวหรือเติบโต 0% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในต่างประเทศยังมีปัญหาชะลอตัว โดยไตรมาสแรกของปีนี้คาดว่าการส่งออกอาจจะติดลบประมาณ 3% ส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ให้ลดลง 1.6%” รองนายกฯ กล่าว
นอกจากนี้ รัฐบาลต้องเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในต่างจังหวัด เพื่อให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และไม่อยากให้ประชาชนกังวลใจต่อภาวะเศรษฐกิจเพราะรัฐบาลนี้เน้นการวางรากฐานให้เศรษฐกิจแข็งแกร่ง มากกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะเห็นผลระยะยาว เพื่อให้เศรษฐกิจไทยกลับมาขยายตัวได้เกิน 5% ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
สำหรับกรณีที่คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เสนอให้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศจากวันละ 300 บาท เป็น 360 บาท คงไม่ได้ เพราะจะทำให้ผู้ประกอบการต้องรับภาระหนัก และช่วงนี้ส่งออกไม่ได้ หากขึ้นไปจะกระทบต้นทุนผู้ประกอบการและระบบเศรษฐกิจ
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า การท่องเที่ยว และการเบิกจ่ายภาครัฐ จะช่วยให้จีดีพีเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้ว่าตัวเลขส่งออกจะไม่เติบโต อันเป็นผลมาจากความต้องการในตลาดโลกลดลง และสินค้าไทยไม่สามารถที่จะแข่งขันกับประเทศอื่นได้ จึงจำเป็นต้องปรับตัวด้วยการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ขณะที่การบริโภคในประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ดี







