
การปราบปรามการค้ามนุษย์
โดย...พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
โดย...พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
1.สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้ม
ไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตาม Trafficking Victims Protection Act (TVPA) และไม่ใช้ความพยายามอย่างมีนัยสำคัญกับการป้องกันช่วยเหลือเหยื่อหรือจับกุมผู้ค้ามนุษย์ โดยสหรัฐลดอันดับประเทศไทยอยู่ในกลุ่ม Tier 3 แบบอัตโนมัติ หลังจากไทยได้รับการอนุมัติให้ยกเว้นการลดระดับลงมาจาก Tier 2 มาแล้ว 2 ปี
ก่อนหน้านั้น ในปี 2555-2556 รัฐบาลไทยได้เสนอแผนที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำในการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ตามกฎหมาย Trafficking Victims Protection Act (TVPA) ต่อสหรัฐ แต่ไม่สามารถแสดงว่ารัฐบาลไทยได้พยายามที่จะดำเนินการให้จริงจัง จึงถูกลดอันดับลง และจะถูกติดตามกดดันด้วยมาตรฐานทางเศรษฐกิจในเวลาต่อมา
แม้ในปี 2557 รัฐบาลไทยจะพยายามป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้มากขึ้น แต่สหรัฐก็เห็นว่ารัฐบาลยังพยายามไม่มากพอในการขจัดปัญหานี้ รวมถึงละเลยไม่ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่แท้จริงด้วย โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนร่วมแสวงประโยชน์จากการค้ามนุษย์ และมีการใช้กฎหมายหมิ่นประมาทกับสื่อมวลชนที่รายงานข้อเท็จจริง
สรุปเหตุผลที่สหรัฐลดระดับใน TIP Report จำนวน 5 ข้อ ดังนี้ 1.การบังคับใช้กฎหมายไม่เพียงพอ 2.การสืบสวนและดำเนินคดีล้มเหลว 3.การทุจริตคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่ทุกระดับ 4.การคัดแยกไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และ 5.การคุ้มครองแรงงานโดยเฉพาะแรงงานประมงไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในรายงานการค้ามนุษย์ (Trafficking in Persons : TIP Report) สหรัฐมีข้อเสนอแนะไทยจำนวน 21 ข้อ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ติดตามการดำเนินการการแก้ปัญหามาโดยตลอด
2.การแก้ไขปัญหาของประเทศไทย
2.1 ประเทศไทยใช้ยุทธศาสตร์ 5P ในการแก้ปัญหา คือ Prevention ป้องกัน = กลุ่มเสี่ยง ธุรกิจท่องเที่ยว Prosecution ดำเนินคดี = ผู้กระทำผิด กระบวนการยุติธรรม Protection คุ้มครองช่วยเหลือ = ผู้เสียหาย/พยาน Policy and Mechanism กลไกเชิงนโยบาย/ขับเคลื่อน = ภาครัฐ/ภาคีเครือข่าย Partnership and International พัฒนาบริหารข้อมูล = ภาครัฐ/ภาคีเครือข่าย
2.2 แต่งตั้งคณะทำงานตามคำสั่งคณะกรรมการนโยบายแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการทำประมงผิดกฎหมาย 5 คณะ ได้แก่ 1) คณะอนุกรรมการปราบปรามการค้ามนุษย์ 2) คณะอนุกรรมการด้านสตรีในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ 3) คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคบ และแรงงานต่างด้าว4) คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) 5) คณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์
2.3 นายกรัฐมนตรีประกาศวาระแห่งชาติเรื่องการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และมอบนโยบายในวันที่ 3 เม.ย. 2558 โดยมีรองนายกฯ รัฐมนตรี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ทำเนียบรัฐบาล
3.การป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศพดส.ตร.) รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหานี้ โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการปราบปรามการค้ามนุษย์ ประกอบด้วย 8 มาตรการดังนี้
มาตรการที่ 1 เพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีการค้ามนุษย์ กำหนดเป้าหมายไว้ 3 เป้าหมาย ได้แก่ 1.ตรวจสอบสำนวนการสอบสวนคดีค้ามนุษย์เพื่อคัดแยกคดีค้ามนุษย์ที่มีลักษณะเป็นเครือข่ายขบวนการ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ม.ค. 2558 2.พิสูจน์ทราบเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์เพื่อจัดทำฐานข้อมูลภายในเดือน เม.ย.
จากนั้นจะนำคดีที่คัดแยกไปพิสูจน์ทราบเครือข่ายขบวนการโดยเชื่อมโยงผ่านระบบ CMIS (Case Management and Intelligence System) ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการคดีและข่าวกรอง 3.ยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการ
กระทำความผิดและดำเนินมาตรการทางภาษี
มาตรการที่ 2 มีเป้าหมายให้สถานบริการและร้านคาราโอเกะต้องไม่มีการค้าประเวณีเด็กและการบังคับการค้าประเวณี รวมทั้งการให้เด็กขายดอกไม้ขายของในเวลากลางคืนและขอทานโดยเด็ดขาด มาตรการที่ 3 การสกัดกั้นขบวนการค้ามนุษย์ โดยมีเป้าหมายคัดกรองบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และกลุ่มบุคคลเสี่ยง (สกัดกั้นการเข้า-ออกทุกช่องทาง สตม.) เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558
มาตรการที่ 4 โครงการนำร่องในการสืบสวนจับกุมเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งได้ดำเนินการตั้งแต่เดือน ก.พ. 2558 กำหนดไว้ 4 โครงการ ได้แก่ 1.สระแก้ว/กัมพูชา การนำเด็กมาบังคับขอทาน 2.หนองคาย/ลาว การค้าประเวณี 3.ตาก/พม่า แรงงานภาคอุตสาหกรรม ภาคการประมง 4.ระนอง การลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของชาวโรฮิงยา
มาตรการที่ 5 เพิ่มประสิทธิภาพการนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ต่อเนื่องตลอดปี 2558 มาตรการที่ 6 มาตรการเชื่อมโยงฐานข้อมูลสำหรับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมผ่านระบบบันทึกข้อมูลค้ามนุษย์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ. 2558
มาตรการที่ 7 จัดทำฐานข้อมูลการสัมภาษณ์คัดแยกเหยื่อให้แล้วเสร็จภายในเดือน ม.ค. และต่อเนื่องตลอดปี 2558 การลงนาม MOU ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับ NGO ในการสัมภาษณ์คัดแยกเหยื่อให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ. มาตรการที่ 8 ตรวจสอบประวัติเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ภายในเดือน ม.ค. รวมทั้งฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค.
4.ปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่...) พ.ศ. ...
เนื่องจากปัญหาการค้ามนุษย์ได้พัฒนารูปแบบทั้งด้านความรุนแรงของปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน มีลักษณะเป็นเครือข่ายขบวนการ และมีการเชื่อมโยงกันหลายชาติ ในลักษณะที่เป็นองค์กรอาชญากรรม และอาชญากรรมข้ามชาติ รัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... สาระสำคัญคือ
1) กำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือเรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการ ปคม.” รองนายกฯ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการประสานและกำกับการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปกค.) เป็นรองประธานกรรมการ รมว.กลาโหม รมว.ต่างประเทศ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา รมว.พัฒนาสังคมฯ รมว.มหาดไทย รมว.ยุติธรรม รมว.แรงงาน และผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คนที่นายกฯ แต่งตั้ง และมีปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นเลขานุการ
2) คณะกรรมการสามารถเสนอต่อ ครม. มีประกาศฝ่ายบริหารในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในสถานประกอบกิจการ โรงงาน และยานพาหนะได้ โดยให้ นรม. โดยความเห็นชอบของ ครม. ออกประกาศมาตรการดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษา 3) ให้อำนาจคณะกรรมการ ปคม. และคณะกรรมการประสานและกำกับการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปกค.) ในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
4) กรณีที่ตรวจพบว่ามีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและปราบปรามหรือกระทำผิดตาม พ.ร.บ.นี้ ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งปิดสถานประกอบกิจการหรือโรงงานชั่วคราว พักใช้ใบอนุญาตประกอบการ ห้ามใช้ยานพาหนะ ทั้งนี้การสั่งดังกล่าวต้องไม่เกินครั้งละ 30 วัน นับแต่วันได้รับทราบคำสั่ง
5) ผู้ใดแจ้งแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจว่ามีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ ได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา 6) กำหนดโทษเจ้าของ ผู้ครอบครอง หรือสถานประกอบการ โรงงาน หรือยานพาหนะ ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 1 หมื่น-1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกำหนดเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ถ้าเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 8-20 ปี และปรับตั้งแต่ 1.6–4 แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต หากถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต
7) กำหนดให้ค่าปรับตกเป็นของกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ตามที่กระทรวงการคลังอนุญาตให้นำไปใช้ได้โดยไม่ต้องนำส่งคลัง







