
อย่าเล่นกับผลประโยชน์ของชาติ
โดย...ภุุมรัตน ทักษาดิพงศ์
โดย...ภุุมรัตน ทักษาดิพงศ์
ในขณะที่คนไทยลุ้นระลึกว่า ปี 2558 นี้ สหรัฐอเมริกาจะปรับสถานะของไทยโดยลดลงมาจากที่เคยอยู่ในกลุ่ม 2 ลงมาเป็นกลุ่ม 3 เมื่อปีที่แล้ว จะปรับคืนสู่กลุ่ม 2 เช่นเดิม หรือคงไว้ในกลุ่ม 3 ต่อไป ปรากฏว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีวิวาทะเล็กน้อยผ่านสื่อระหว่างอดีตนายกรัฐมนตรี คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ในไทยว่า ใครที่ทำให้สถานะว่าด้วยการค้ามนุษย์ในไทยถูกมองว่าเลวร้ายมากขึ้น ใครกันแน่ที่แก้ปัญหานี้ได้ดีกว่ากันกระทรวงต่างประเทศสหรัฐจะออกรายงานประจำปีเพื่อสำรวจสถานการณ์ค้ามนุษย์ของประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยจัดเป็น 3 กลุ่ม (Tier) กลุ่ม 1 หมายถึงรัฐบาลทำได้ดีในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ กลุ่มที่ 2 รัฐบาลมีความตั้งใจและพยายามแก้ไขปัญหา และกลุ่มที่ 3 รัฐบาลยังไม่มีความพยายามเพียงพอที่จะแก้ไขปัญหา ไทยเคยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 2 หรือ “ถูกเฝ้าดู” หรือถูกเตือนมานาน และเพิ่งถูกลดอยู่ในกลุ่ม 3 เมื่อปี 2557 นี่เอง
ถามว่า การจัดลำดับของสหรัฐมีผลกระทบต่อไทยหรือไม่อย่างไร เราคงเพิกเฉยไม่ได้ เพราะการจัดลำดับดังกล่าวมีความหมายต่อการที่รัฐบาลอเมริกันจะพิจารณาซื้อสินค้าจากไทย และการให้ความช่วยเหลือต่อไทย หากสมาชิกรัฐสภาสหรัฐที่เป็นคนอนุมัติงบประมาณประจำปีเห็นว่า ไทยยังมีปัญหาการค้ามนุษย์รุนแรงและรัฐบาลไม่ตั้งใจแก้ไขปัญหา เขาอาจลดหรือไม่นำเข้าสินค้าจากไทยในบางรายการที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ก็ได้
เพราะฉะนั้น ในเรื่องสถานการณ์การค้ามนุษย์หรือเป็นการค้าทาสยุคใหม่ เราจะบอกว่าไม่แคร์ “อเมริกาไม่ใช่พ่อ” คงไม่ได้ เพราะสถานการณ์การค้ามนุษย์ถือว่าเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่สหประชาชาติได้กำหนดไว้ว่า ประเทศต่างๆ ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา เนื่องจากกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน สหรัฐอเมริกามีความอ่อนไหวในเรื่องนี้มากและถือว่าตัวเองเป็นผู้เฝ้าตรวจสถานการณ์ทั่วโลก พร้อมกับมีรางวัลหรือการลงโทษ
วิวาทะดังกล่าว ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เปรียบ แม้สหรัฐประกาศในช่วงที่ คสช.ยึดอำนาจแล้ว แต่รายงานระบุชัดเจนว่า เป็นการพิจารณาในห้วงเวลา 1 เม.ย. 2556-29 มี.ค. 2557 ซึ่งเป็นช่วงเวลาของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ เธอจะหนีความรับผิดชอบนี้ไปไม่ได้ ไม่ว่าเธอจะอ้างว่าได้พยายามแก้ไขปัญหาอย่างดีก็ตาม แต่สหรัฐเห็นว่าไม่เพียงพอ จึงลดระดับจากกลุ่ม 2 มาเป็นกลุ่ม 3 พล.อ.ประยุทธ์ จึงรอดตัวไป แต่สำหรับปี 2558 ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ต้องรับไปเต็มๆ
การค้ามนุษย์ (หรือ Human Trafficking เป็นคนละเรื่องกับการลักลอบส่งคนไปประเทศที่ 3 หรือ Human Smuggling) สหประชาชาติให้นิยามว่า เป็นการบังคับ ข่มขู่ คุกคาม หลอกลวงโดยที่เหยื่อไม่เต็มใจ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดเสรีภาพ ส่วนใหญ่เกิดจากความยากจนสุดๆ ของเหยื่อที่ขาดโอกาสทางเศรษฐกิจ หรือเกิดจากสงครามกลางเมือง ความไม่สงบหรือความวุ่นวายทางการเมือง ซึ่งเป็นการสร้างบรรยากาศให้เกิดการค้ามนุษย์
สำหรับประเทศไทยนั้นถูกมองว่าเป็นทาง “ต้นทาง ทางผ่าน และปลายทาง” ของการค้ามนุษย์ในรูปแบบต่างๆ โดยเหยื่อเป็นทั้งชาย หญิงและเด็ก เนื่องจากไทยมีเศรษฐกิจดี แต่ขาดแคลนแรงงานไร้ฝีมือ จึงดึงดูดให้คนในประเทศเพื่อนบ้านที่ยากจน เช่น พม่า ลาว กัมพูชา จีนตอนใต้ เข้ามาหางานทำเพื่อรายได้ที่ดีกว่า มีรายงานระบุว่า การค้ามนุษย์ในไทยค่อนข้างรุนแรงใน (1) อุตสาหกรรมทางเพศ (2) อุตสาหกรรมประมง สำหรับอุตสาหกรรมทางเพศนั้น ไทยได้แก้ปัญหาสำเร็จในระดับหนึ่งโดยจัดการกับการหลอกลวง บีบบังคับให้เกิดการค้าประเวณี แต่ในอุตสาหกรรมประมงนั้นยังมีปัญหาอยู่มากและเป็นประเด็นที่สหรัฐจับตามอง เพราะกองเรือประมงไทยใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากไทยเป็นรัฐชายฝั่ง จึงมีเรือประมงมากมายทุกประเภทที่ขึ้นทะเบียนไว้กว่า 58,119 ลำ มีชาวประมงกว่า 57,801 หมื่นครัวเรือน ออกทะเลช่วงสูงสุด 168,140 คน มีลูกจ้าง 87,283 คน ผลผลิตคิดเป็น 1.27% ของจีดีพี หรือคิดเป็น 11.87% ของผลผลิตการเกษตร มูลค่า 1.05 แสนล้านบาท โดยส่งออกนับแสนล้านบาท
เนื่องจากประมงไทยเก่งมาก จับปลาในน่านน้ำไทยจนเกลี้ยง จึงออกไปจับปลาในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย ต้องเข้าใจว่า ทุกประเทศต่างหวงแหนทรัพยากรของตน แต่เขาจับปลาไม่เก่ง ก็ต้องมาตกลงกันในรูป (1) การได้รับสิทธิจากรัฐบาลประเทศนั้น (2) การร่วมทุน (3)ประเทศนั้นเช่าเรือประมงไทยทำ (4) เรือไทยซื้อตั๋วจากบริษัทประมงของประเทศเพื่อนบ้าน แต่เรือประมงไทยก็มักไปโกงเขา เช่น ได้รับอนุญาตให้เรือไทยทำได้ 50 ลำ ไทยก็ส่งไป 100 ลำโดยใช้เลขซ้ำกันสองครั้งจนถูกจับได้ เป็นต้น ที่ร้ายมากกว่านั้นคือ การลักลอบจับปลาในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีปลาชุกชุมมาก หากหนีได้ก็คุ้ม หากถูกจับก็ติดคุกไป กระทรวงต่างประเทศไทยต้องเข้าไปช่วย ล่าสุด คือช่วยลูกเรือไทยที่ถูกจับติดคุกที่อินโดนีเซีย
อุตสาหกรรมประมงขาดแคลนคนมากจึงต้องใช้แรงงานพม่า กัมพูชา แทนซึ่งไม่มีสัญญาการจ้างแน่นอน เมื่อเรือออกนอกเขตน่านน้ำไทยแล้ว กฎบนเรือคือกฎเถื่อน ไต้ก๋งมีอำนาจเด็ดขาดแต่ผู้เดียว จึงมีข่าวเรื่องการจับลูกเรือโยนทะเล ฆ่าทิ้งในทะเล ปล่อยเกาะ ฯลฯ จนเป็นเรื่องราวใหญ่โตและโดนสหประชาชาติกับสหรัฐอเมริกาจับตามอง นำไปสู่การลดระดับดังกล่าว
รัฐบาลประยุทธ์เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มาก และได้ออกมาตรการ 7 ข้อ ทั้งการขึ้นทะเบียนเรือ ทะเบียนลูกเรือ ลูกจ้าง การจัดระบบติดตามเรือผ่านดาวเทียม การแจ้งเข้าและออกจากท่าเรือ ฯลฯ เพื่อป้องกันการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมง นายกรัฐมนตรีเพิ่งส่งมอบรายงานผลการดำเนินงานแก้ไขการค้ามนุษย์โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมประมงให้กับสหรัฐ กระทรวงต่างประเทศ ไทยทำงานอย่างหนักในการล็อบบี้ในอเมริกา หลังจากนั้นก็รอว่า สหรัฐจะปรับระดับให้ไทยพ้นจากที่อยู่ในกลุ่ม 3 ขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม 2 หรือไม่ หากดูความจริงใจและการทำงานของรัฐบาลประยุทธ์ที่เอาจริงเอาจังเรื่องนี้มาก ก็น่าจะเลื่อนขึ้นมาได้ แต่หลายฝ่ายกังวลว่า อเมริกาซึ่งมุ่งกดดันรัฐบาล คสช. และเข้าข้างทักษิณ อาจไม่ยกระดับขึ้นสู่กลุ่ม 2 ก็ได้
เรื่องนี้เป็น “ผลประโยชน์ของชาติ” โดยตรง อย่าเอามาเล่นเป็นเรื่องการเมืองภายในช่วงนี้







