posttoday
ตุลาการศาลปกครองค้านรธน.ใหม่ให้หน่วยงานศาลยุติธรรมบังคับคดี

ตุลาการศาลปกครองค้านรธน.ใหม่ให้หน่วยงานศาลยุติธรรมบังคับคดี

29 มีนาคม 2558

ที่ประชุมตุลาการศาลปกครองมีมติเอกฉันท์ไม่เห็นพ้องกมธ.ยกร่างฯให้บังคับคดีปกครองโดยหน่วยงานบังคับคดีในสังกัดศาลยุติธรรม

ที่ประชุมตุลาการศาลปกครองมีมติเอกฉันท์ไม่เห็นพ้องกมธ.ยกร่างฯให้บังคับคดีปกครองโดยหน่วยงานบังคับคดีในสังกัดศาลยุติธรรม

เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ประชุมสัมมนาตุลาการศาลปกครองสูงสุดและตุลาการศาลปกครองชั้นต้นทั่วประเทศ ที่โรงแรมรอยัล พลา คลิฟบีช อ.บ้านฉาง จ.ระยอง มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่เห็นพ้องกับการที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา (4/1/2) 1 (6) โดยกำหนดให้มีกลไกในการบังคับคดีทางแพ่งและคดีปกครอง ในสังกัดศาลยุติธรรม ทำหน้าที่บังคับให้เป็นไปตามคำสั่ง คำพิพากษาของศาลยุติธรรมและศาลปกครองตามที่กฎหมายบัญญัติ

เนื่องจากรัฐธรรมนูญ2540 และรัฐธรรมนูญ 2550 บัญญัติให้มีการจัดตั้งศาลปกครองเป็นศาลคู่แยกต่างหากจากศาลยุติธรรม เพื่อให้มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่มีข้อพิพาททางปกครอง ทั้งนี้ เพราะหน่วยงานทางปกครองและประชาชนไม่มีความเท่าเทียมกันในการค้นหาพยานหลักฐานเพื่อประกอบการฟ้องหรือต่อสู้คดี ศาลปกครองจึงกำหนดวิธีพิจารณาโดยใช้ระบบไต่สวน โดยศาลหรือตุลาการศาลปกครองจะมีบทบาทสำคัญในการแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอย่างสูงสุด ด้วยเหตุนี้ การบังคับให้เป็นไปตามคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลปกครอง ทั้งในการบังคับคดีปกครองทั่วไปและการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของคู่กรณีฝ่ายที่แพ้คดี

ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินกระบวนวิธีพิจารณาคดีปกครองภายหลังจากที่ศาลได้คำพิพากษาแล้ว จึงสมควรที่จะต้องดำเนินการโดยหน่วยงานบังคับคดีที่อยู่ในศาลปกครอง มิใช่สังกัดศาลยุติธรรม ตามร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว

นอกจากนี้ ในการบังคับคดีปกครองเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลปกครอง จำเป็นต้องมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างตุลาการศาลปกครองและบุคลากรของศาลปกครอง ทั้งนี้ เพื่อความรวดเร็วและประโยชน์ของคู่กรณีในการบังคับคดีเป็นสำคัญ

สำหรับในส่วนของบุคลากรของศาลปกครองที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการบังคับคดีปกครองตามคำสั่งหรือคำพิพากษาของ ศาลปกครอง ก็จำต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับหลักกฎหมายมหาชนและวิธีพิจารณาคดีปกครองเป็นสำคัญ ซึ่งในการนี้ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองได้มีการพัฒนาบุคลากรในเรื่องดังกล่าวไว้เป็นการเฉพาะอยู่แล้ว และในการดำเนินงานที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาข้อขัดข้องที่จะทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาในการบังคับคดีได้แต่อย่างใด ดังนั้น การกำหนดให้ใช้กลไกการบังคับคดีของศาลที่มีวิธีพิจารณาที่แตกต่างกันย่อมเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน