
ครม.สัญจรเดินเครื่องลงทุน 59 โครงการปี 2558
ครม.สัญจรเห็นชอบแผนปฎิบัติการคมนาคมร่วมทั้งสิ้น59โครงการในปี58 วงเงินลงทุน 847,672.40 ล้านบาท
ครม.สัญจรเห็นชอบแผนปฎิบัติการคมนาคมร่วมทั้งสิ้น59โครงการในปี58 วงเงินลงทุน 847,672.40 ล้านบาท
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2558 เห็นชอบ แผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วน พ.ศ. 2558 (Action Plan) มีทั้งสิ้น59 โครงการ คิดเป็นกรอบวงเงินลงทุนมูลค่า847,672.40 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงข่ายคมนาคมรองรับการเปิดประชาคมอาเซียน และเขตเศรษฐกิจพิเศษตามนโยบายของรัฐบาล โครงการเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนในการเดินทางและขนส่งสินค้า ซึ่งทั้งหมดจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ทั้งนี้ ตามกรอบวงเงินลงทุนทั้งหมดของAction Plan ครั้งนี้ จะเป็นเงินลงทุนที่มีแหล่งเงินรองรับและพร้อมดำเนินการได้ทันทีในปี2558 นี้ จำนวน 55,986.64 ล้านบาท กรอบวงเงินส่วนที่เหลือนั้น จะเป็นวงเงินลงทุนลักษณะผูกพันข้ามปี ตั้งแต่ปี 2559-2565 ที่หน่วยงานรับผิดชอบจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
รัฐบาลได้เริ่มดำเนินการตาม Action Plan โครงสร้างพื้นฐานปีนี้จำนวน 59 โครงการ โดยหลายโครงการมีการก่อสร้างที่คืบหน้าไปมาก ขณะที่บางส่วนอยู่ระหว่างการประกวดราคา การประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม การจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และการออกแบบ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดจะเห็นเป็นรูปธรรมในปี 2558
โดยโครงการก่อสร้างถนน 4 ช่องจราจรทั่วประเทศ ดำเนินการแล้วมีระยะทางรวม 164กิโลเมตร , การบูรณะบำรุงรักษาทางหลวง979 กิโลเมตร , ก่อสร้างทางหลวงเพื่อสนับสนุนการเกษตรและท่องเที่ยว 931กิโลเมตร ประกวดราคารถไฟฟ้าขนส่งมวลชน4 เส้นทาง อาทิ อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต , รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-หัวหมาก สายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง และสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต
ส่วนรถไฟทางคู่ในระยะเร่งด่วน ได้ดำเนินการแล้ว 2 เส้นทาง คือชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น และเส้นทางประจวบคีรีขันธ์ุ- ชุมพร , การจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายพัทยา-มาบตาพุด , การศึกษาความเหมาะสมก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าในเมืองชายแดนและเมืองหลัก , รับมอบรถโดยสารประจำทาง NGV จำนวน 489 คัน การสร้างความปลอดภัยระบบจราจรทั่วประเทศ จุดตัดทางรถไฟ การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและลานจอดอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา เป็นต้น
สิ่งสำคัญที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญพิเศษ ในการเดินหน้าตาม Action Plan คือต้องมี "สัญญาคุณธรรม"เป็นสัญญาที่ทำขึ้นควบคู่กับสัญญาจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ โดยผู้ลงนามมี 3ฝ่ายประกอบด้วย เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ประกอบการ และตัวแทนองค์กรต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นภาคประชาชน โดยให้มีผลในเชิงกฎหมาย ถ้าไม่ปฏิบัติตามด้วยความโปร่งใสหรือให้สังคมตรวจสอบได้ ก็จะถือว่าต้องมีโทษ
"สัญญาคุณธรรมนี้ได้นำร่องไปแล้วใน 2โครงการ คือโครงการจัดซื้อรถเมล์ เอ็นจีวี และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย โดยหลังจากนี้หากโครงการลงทุนใดที่พร้อมจะลงนามทำสัญญากับหน่วยงานภาครัฐ ก็ให้ยึดถือเรื่องนี้เป็นสำคัญ โดยทุกฝ่ายส่งตัวแทนเข้าร่วมลงนามในสัญญาคุณธรรม ถ้าภาคประชาชนเกิดความสงสัยโครงการใด ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ทันที เพื่อสร้างความโปร่งใส







