posttoday
กระจายสลาก75%ผ่านผู้ว่าฯ

กระจายสลาก75%ผ่านผู้ว่าฯ

27 มีนาคม 2558

บอร์ดสลากฯ ต่อสัญญาผู้ค้ารายเดิมเหลือ 1 ปี ให้รายละ 5 เล่ม เน้นกระจายสลาก 75% ผ่านผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ

บอร์ดสลากฯ ต่อสัญญาผู้ค้ารายเดิมเหลือ 1 ปี ให้รายละ 5 เล่ม เน้นกระจายสลาก 75% ผ่านผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ

นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบจัดสรรสลากที่จะหมดอายุเดือน มิ.ย.นี้ จำนวน 48 ล้านฉบับ ให้รายย่อย โดยจัดสรรสลาก 75% ส่งตรงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดดูแลการกระจายและควบคุมราคา ลดการจัดสรรในกรุงเทพฯ จากปัจจุบัน 80% เหลือเพียง 25% โดยให้สำนักงานสลากฯ เป็นผู้ดูแล

ทั้งนี้ สำนักงานสลากฯ จะให้โอกาสผู้ค้ารายเดิมเข้ามาลงทะเบียนก่อน แต่ปรับระยะเวลาจาก 2 ปี เหลือ 1 ปี โดยผู้ที่ได้รับการจัดสรรจะต้องติดบัตรและแสดงตน ทั้งรายย่อย คนพิการ โดยเฉพาะมูลนิธิ สมาคม ต้องทำรายชื่อสมาชิก เพื่อแจ้งกับสำนักงานสลากฯ ว่าจำหน่ายสลากจริง และต้องควบคุมให้สมาชิกขายในราคา 80 บาท ซึ่งจะได้รับการเฉลี่ยสลากรายละ 5 เล่ม หรือ 500 ใบ (1,000 ฉบับ) ผู้ค้าจะได้รับส่วนต่างในราคาใบละ 6 บาท และหากรายใดขายสลากเกินราคาจะเลิกโควตาทันที

นายสมชัย ยืนยันว่า จะไม่ต่อสัญญาให้นิติบุคคลรายเดิม แต่จะให้เข้ามายื่นลงทะเบียนใหม่ หลังจากนั้นจะใช้วิธีสุ่มเพื่อคัดเลือก เบื้องต้นคาดว่าแต่ละนิติบุคคลจะได้รับโควตารายละ 1,000 เล่ม หลังจากนี้สำนักงานสลากฯ จะเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดมาประชุมเพื่อกำหนดแนวทางตรวจสอบผู้ค้าในต่างจังหวัด และจะแบ่งทีมลงตรวจสอบอย่างเข้มงวด

“หากไม่มีการขายจริงในราคา 80 บาท จะยกเลิกสัญญาทันที เบื้องต้นจะสรุปแนวทางทั้งหมดก่อนประกาศหลักเกณฑ์ให้ทราบโดยทั่วกันภายในเดือน เม.ย.นี้ เพื่อเปิดรับขึ้นทะเบียนผู้ค้าสลากรายเดิมที่ได้รับการต่อสัญญาภายในเดือน พ.ค. ซึ่งจะทันต่อการจำหน่ายสลากที่จะครบกำหนดภายในเดือน มิ.ย.นี้” นายสมชัย กล่าว

นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯ กำลังหารือจัดทำเสื้อเป็นสัญลักษณ์คล้ายกับเสื้อวินมอเตอร์ไซค์ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบว่าเป็นผู้ค้าจริง และขายในราคา 80 บาท ให้สาวยาคูลท์ที่สวมเสื้อผ้าเหมือนกันและสามารถขายได้ในราคาเดียว

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน