
ดันรัฐลงทุน
เอดีบีหั่นจีดีพีไทยปีนี้โต 3.6% ระบุครึ่งปีหลังมีโอกาสฟื้นหากรัฐบาลลงทุนได้ตามเป้าและออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม
เอดีบีหั่นจีดีพีไทยปีนี้โต 3.6% ระบุครึ่งปีหลังมีโอกาสฟื้นหากรัฐบาลลงทุนได้ตามเป้าและออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม
นางลักษมณ อรรถาพิช เศรษฐกรอาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) กล่าวว่า ได้ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยปีนี้เหลือ 3.6% จากเดิม 3.9% เนื่องจากการส่งออกน่าจะขยายตัวได้น้อยกว่าที่คาด เดือน ม.ค. มูลค่าส่งออกโตติดลบ 3.5% ซึ่งปีนี้คาดว่าส่งออกไทยจะขยายตัวที่ระดับ 1-2%
นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักธุรกิจยังลดลง ภาคครัวเรือนยังมีหนี้สูงเพราะรายได้จากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก แต่ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย คือ การลงทุนภาครัฐ จะทำได้ตามเป้าหมายและดึงความเชื่อมั่นภาคเอกชนได้หรือไม่ และในระหว่างปีรัฐจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอย่างไร
นางลักษมณ กล่าวว่า ความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับการลงทุนภาครัฐว่าจะสามารถเบิกจ่ายและดำเนินโครงการได้ตามแผนหรือไม่ โดยรัฐบาลตั้งเป้าเบิกจ่ายงบประมาณไว้สูงถึง 90% และปัจจัยการเมืองยังคงมีความเสี่ยงอยู่ ความเสี่ยงจะหมดไปก็ต่อเมื่อมีการจัดการเลือกตั้ง และรัฐบาลใหม่มีนโยบายบริหารที่ดี ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกยังคงเหมือนเดิม
ด้านสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.พ. 2558 พบว่าความเชื่อมั่นลดลงมาอยู่ที่ระดับ 88.9 จากเดือน ม.ค. ที่อยู่ที่ระดับ 91.1 แต่ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 99.2 ซึ่งค่าดัชนีที่ต่ำกว่าระดับ 100 เป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในอนาคตที่ยังอยู่ในระดับไม่ดีมาก โดยผู้ประกอบการต้องการให้มีการเบิกจ่ายงบภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และเร่งเจรจาการค้ากับต่างประเทศให้มากขึ้น
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยที่ลดลงตอนนี้ มาจากปัญหาเรื่องการส่งออกเป็นสำคัญ ซึ่งเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวมากกว่านี้ แต่ได้การเร่งเบิกจ่ายภาครัฐ การเร่งการลงทุน และการบริโภคที่ฟื้นตัวได้จะช่วยพยุงเศรษฐกิจไว้ และการประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์นี้ คลังจะเสนอเพิ่มเงินให้กองทุนหมู่บ้าน







