
สปช.จ้องชำแหละ6ปมรธน.
กมธ.ปฏิรูปการเมือง สปช.วางกรอบถล่ม 6 ปมร่างแรกรัฐธรรมนูญ
กมธ.ปฏิรูปการเมือง สปช.วางกรอบถล่ม 6 ปมร่างแรกรัฐธรรมนูญ
นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กมธ.ฯ ได้ร่วมกันสังเคราะห์ประเด็นที่จะนำไปอภิปรายในการประชุมนอกสถานที่ วันที่ 26-27 มี.ค.นี้ ที่พัทยา โดยจำแนกเป็น 6 ประเด็น คือ 1.ระบบรัฐสภา เกี่ยวกับที่มาของ สส. สว. รวมถึงระบบตรวจสอบถ่วงดุลในรัฐสภา 2.ที่มาของคณะรัฐมนตรีและการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร 3.ความสัมพันธ์ระหว่างคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา 4.องค์กรอิสระและการตรวจสอบภาครัฐ 5.ระบบพรรคการเมือง และ 6.ระบบเลือกตั้ง
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ นายนิรันดร์ พันทรกิจ กมธ.ปฏิรูปการเมือง ทำหน้าที่รวบรวมประเด็นที่จะมีการสัมมนาในครั้งนี้ รวมถึงข้อเสนอจากประชาชนที่ส่งมายัง กมธ.ปฏิรูปการเมือง และการรับฟังความคิดเห็นของนักการเมืองในวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา
นายวันชัย สอนศิริ กมธ.ปฏิรูปการเมือง กล่าวว่า ทาง กมธ.ฯ ต้องวางแผนเตรียมการมียุทธศาสตร์ในการทำงาน เพื่อโน้มน้าวให้ที่ประชุม สปช. และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นด้วยและรับไปพิจารณาเพื่อปรับปรุง ถ้ายังยืนยันร่างเดิม แต่ถ้าเสียงส่วนใหญ่ของ สปช.ไม่เห็นด้วย ก็อาจทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่านได้ เพราะการแปรญัตติครั้งนี้เป็นการแปรญัตติแบบหวังผล แต่ไม่ใช่เรื่องการเอาแพ้เอาชนะ เชื่อว่าสามารถประนีประนอมเพื่อประโยชน์ประเทศชาติได้
นายบุญเลิศ คชายุทธเดช สปช.ในฐานะ กมธ.ปฏิรูปการเมือง กล่าวว่า นายสมบัติได้รายงานผลการศึกษาระบบการเลือกตั้งของประเทศเยอรมนีว่า มีจุดอ่อนคือ การคำนวณคะแนน ที่แม้แต่ในปัจจุบันเอง
คนเยอรมันก็ยังรู้สึกว่าเข้าใจยากดังนั้นระบบการเลือกตั้งแบบผสมที่ออกแบบมานั้นยังเป็นปัญหาว่าจะเหมาะกับสังคมไทยหรือไม่
ด้าน นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. ได้นัดประชุม กมธ.วิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) ในวันที่ 26 มี.ค. เพื่อพิจารณากรอบการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 20-26 เม.ย.
ขณะที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะ กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า การไปดูการเลือกตั้งเยอรมันนั้นได้ประโยชน์ เพราะระบบเลือกตั้งคล้ายกับประเทศไทย และทางเยอรมันสอบถา มถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญและกระบวนการเลือกตั้ง ก็ได้อธิบายและยืนยันความมั่นใจว่าประเทศไทยมีเลือกตั้งแน่ และไม่ช้าไปกว่าปี 2559 แน่นอน หากจะนับเวลาไวสุดคือต้นปี แต่อย่างช้าสุดไม่เกินกลางปี 2559







