จับแก๊งค้ายาบ้าเครือข่ายยี่เซยึดของกลาง6แสนเม็ด
ปส.รวบ 2 ผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า 6 แสนเม็ด เครือข่ายยี่เซ มูลค่ากว่า 180 ล้าน ลำเลียงส่ง3จังหวัดชายแดนใต้
ปส.รวบ 2 ผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า 6 แสนเม็ด เครือข่ายยี่เซ มูลค่ากว่า 180 ล้าน ลำเลียงส่ง3จังหวัดชายแดนใต้
เมื่อวันที่ 22 มี.ค. เวลา 10.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. พล.ต.ต.ทนัย อภิชาตเสนีย์ ผบก.สกส. ปส. พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายอ่อน แสนสุข อายุ 26 ปี และนายสมพล ตาสาม อายุ 24 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 600,000 เม็ด มูลค่า 180 ล้านบาท รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่ ศูนย์การค้าบิ๊กคิงส์ ถ.กาญจนาภิเษก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
พล.ต.ต.ทนัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่า แก๊งค้ายาเสพติดนอกประเทศได้ว่าจ้างชาวไทยเชื้อสาย "ลัวะ" ให้ลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในประเทศ โดยใช้เส้นทางฝั่งตรงข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อไปส่งมอบให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ โดยใช้รถยนต์กระบะคันดังกล่าวเป็นยานพาหนะในการลำเลียงยาเสพติด โดยนัดส่งมอบที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าบิ๊กคิงส์ เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นสืบสวนเฝ้าติดตามจนกระทั่งพบรถยนต์กระบะจอดอยู่ในปั้มแก็สใกล้กับศูนย์การค้าดังกล่าว จากนั้นได้ขับรถวนไปฝั่งตรงข้ามและวนกลับมาที่เดิม จึงได้แสดงตัวบุกเข้าตรวจค้นพบนายสมพล ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้ขับขี่ ส่วนนายอ่อน ผู้ต้องหาที่ 1 นั่งคู่กับผู้ขับขี่ และพบยาบ้าของกลางจำนวน 5 กล่องกระดาษ รวมประมาณ 600,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ท้ายกระบะ จึงทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด
จากการสอบสวนนายอ่อน ให้รับสารภาพว่า ตนประกอบอาชีพรับจ้างก่อสร้าง ต่อมาได้สนิทสนมกับนายคำ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ได้ชักชวนและว่าจ้างให้ตนนำยาเสพติดไปส่งมอบให้ลูกค้าในเขตพื้นที่ จ.สมุทรสาคร หากทำสำเร็จจะได้รับค่าจ้างครั้งละ 5 หมื่นบาท โดยรับจ้างส่งยาครั้งแรกเมื่อช่วงต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา และครั้งนี้เป็นครั้งที่2 ก่อนจะลำเลียงยาบ้าเพื่อกระจายไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้
ด้าน พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ขณะนี้แก๊งผู้ผลิตยาเสพติดจากต่างประเทศ เริ่มว่าจ้างประชาชนชาวไทยให้เป็นผู้ขนส่งยาเสพติดมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะลำเลียงส่งไปยัง 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนจะส่งไปยังประเทศที่3 เจ้าหน้าที่จึงติดตามสกัดจับกุมไม่ให้ยาเสพติดหลุดรอดไปได้ แต่ขบวนการค้ายาเสพติดก็ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการและเส้นทางลำเลียงเพื่อหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ โดยเปลี่ยนการนำเข้าจากฝั่งประเทศพม่า อ้อมมายังฝั่งประเทศลาว ก่อนจะข้ามแม่น้ำโขง ซึ่งหน้าร้อนปริมาณน้ำลดน้อยลงจนสามารถเดินข้ามมาได้ จากนั้นก็จะพักยาในย่านปริมณฑล ก่อนจะลำเลียงลงไปยัง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราให้มากขึ้น
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า สำหรับยาบ้าของกลางที่จับกุมได้ในครั้งนี้ เป็นเครือข่ายของพันโทยี่เซ ผลิตในฝั่งประเทศเพื่อบ้าน ตัวยาผ่านออกจากโรงงานมาแล้วประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังทางการพม่าเพื่อบุกเข้าทำลายโรงงานผลิตยาเสพติดให้หมดสิ้นไป ทั้งนี้ยาบ้าล็อตดังกล่าวหากหลุดไปยัง 3จังหวัดชายแดนใต้ก็จะมีมูลค่าเม็ดละประมาณ 350 บาท แต่หากถูกส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียได้ก็จะมีมูลค่าสูงถึงเม็ดละ 3,000 บาท ซึ่งทางอธิบดีกรมตำรวจของมาเลเซียได้ประสานมายังผบ.ตร.ในการบูรณาการปราบปรามยาเสพติดร่วมกัน
เบื้องต้นเแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนบช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ







