
3หน่วยงานแถลงความคืบหน้าคดีคลองจั่น
3หน่วยงานแถลงความคืบหน้าคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นยังไม่ฟันแพ่งคดีอาญากับธัมมชโยและวัดธรรมกายหรือไม่
3หน่วยงานแถลงความคืบหน้าคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นยังไม่ฟันแพ่งคดีอาญากับธัมมชโยและวัดธรรมกายหรือไม่
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยธ. พร้อมด้วยนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญา 3 พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลาขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และน.ส.รื่นฤดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี ร่วมกันแถลงความคืบหน้าคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า สำหรับคดีที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์ฯคลองจั่น ถือเป็นกรณีศึกษาในเรื่องของการเกิดทุจริตขึ้นภายในองค์กร ซึ่งเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้หารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหาแนวทางการป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันนี้ ซึ่งตนเน้นย้ำมาตลอดว่า การวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตนั้นสำคัญกว่าการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ที่สุดท้ายก็จะมีเงินบางส่วนที่หายสาบสูญ และผู้ที่ได้รับผลกระทบก็คือประชาชนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ขณะนี้สหกรณ์ในประเทศมีเงินหมุนเวียนประมาณ 2 ล้านล้านบาท จาก 7,700 สหกรณ์ทั่วประเทศ ซึ่งความเสียหายของสหกรณ์ฯคลองจั่นมีมูลค่าเพียง ร้อยละ 0.59 ซึ่งถือว่าน้อยมากในระบบสหกรณ์ แต่ก็ขอให้มั่นใจว่า รัฐบาลยังดูแลเรื่องตรงนี้อยู่
ด้าน น.ส.รื่นฤดี กล่าวว่า กรณีที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของสหกรณ์ฯคลองจั่น และแต่งตั้งผู้ทำแผน ในส่วนของกรมบังคับคดีได้ประสานไปที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จึงทำให้ทราบว่าจะสามารถประกาศคำสั่งศาลในราชกิจจานุเบกษา ได้ในวันที่ 7 เม.ย.นี้ โดยเจ้าหนี้สามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ภายใน 30 วัน จนถึงวันที่ 7 พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในการยื่นคำขอชำระหนี้ หากพ้นกำหนดไปแล้ว ถือว่าหนี้นั้นจะไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย
น.ส.รื่นฤดี กล่าวต่อว่า ส่วนผู้จัดทำแผน จะต้องทำแผนฟื้นฟูให้แล้วเสร็จภายใน 7 ก.ค.นี้ หากป็นไปตามกำหนดดังกล่าว กรมบังคับคดีจะสามารถเรียกประชุมเจ้าหนี้ได้ภายในเดือนก.ย.นี้ ก่อนนำผลการพิจารณาเสนอให้ศาลเห็นชอบแผนการฟื้นฟูต่อไป ทั้งนี้ ผู้จัดทำแผนสามารถยื่นขอขยายเวลาได้ 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 เดือน อย่างไรก็ตาม เจ้าหนี้ตามบัญชีแนบท้ายคำขอรับการขอฟื้นฟูกิจการมีทั้งหมด 56,599 คน ซึ่งตามกฎหมายระบุว่า คือผู้ที่มีเงินฝากกับสหกรณ์ โดยไม่นับรวมสมาชิกประเภทถือหุ้นที่ไม่มีเงินฝาก ซึ่งในส่วนนี้ ก็ขึ้นอยู่กับผู้จัดทำแผนว่าจะมีมาตรการในการเยียวยาอย่างไร
ด้าน พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า ในส่วนของการติดตามทรัพย์ ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยมีการอายัดทรัพย์สินเพิ่ม และทางสหกรณ์ได้ร้องต่อศาลเพื่อขออายัดทรัพย์สินนั้นต่อไปแล้ว 3,811 ล้านบาท แต่ยังมีทรัพย์สินจำนวนมากที่ยังอยู่ในการอายัดของ ปปง. โดยสัปดาห์หน้าจะเรียกผู้บริหารสหกรณ์มาร่วมหารือเพื่อประเมินมูลค่าทรัพย์สิน โดยเฉพาะที่ดินที่ ปปง. สืบทราบว่า นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น ได้ยักยอกเงินออกไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ปัจจุบันมีราคาสูงขึ้น โดยเป็นพื้นที่ที่มูลค่าสูง อาทิ จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี และจ.นครราชสีมา
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันในส่วนของภาครัฐ จะมีการพิจารณาเแก้ไขกฎหมายพรบ.ฟอกเงิน ในส่วนของการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย โดยเฉพาะการนำทรัพย์สินที่อายัดได้ไปขายทอดตลาดทันที โดยไม่ต้องรอคำชี้แจงจากเจ้าของทรัพย์ ซึ่งส่วนนี้ก็คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเวลาเดียวกันกับการทำแผนฟื้นฟูสหกรณ์
ในส่วนของ น.ส.สุวณา กล่าวว่า ความคืบหน้าของการติดตามดำเนินคดีกับนายศุภชัย และพวก ขณะนี้ได้รับรายงานว่า ในส่วนของชุดติดตามร่องรอยทางการเงินจากเช็ค 878 ฉบับ ได้ติดตามไปถึงระดับที่ 2 ของการาจ่ายเช็ค ขณะที่ชุดตรวจสอบเกี่ยวกับกฎหมายพบว่า มีการปล่อยกู้ให้กับสมาชิกสมทบที่เป็นนิติบุคคล 28 แห่ง มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท ก็เป็นการปล่อยกู้ที่ผิดคุณสมบัติและวัตถุประสงค์ของสหกรณ์ โดยมอบหมายให้ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ ดีเอสไอ เป็นผู้รับผิดชอบในการขยายผลเรื่องดังกล่าวแล้ว
น.ส.สุวณา กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่วัดพระธรรมกายคืนเงิน 684 ล้านบาท ให้กับสหกรณ์ฯคลองจั่น กระทั้งมีการยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ที่จะไม่ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย ซึ่งกรณีดังกล่าว ทางดีเอสไอ ต้องรอให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้แล้วเสร็จ จึงจะสามารถมีความเห็นได้







