posttoday
ผู้บริโภคแบบไทยๆ กับโรงแรมหรูๆ

ผู้บริโภคแบบไทยๆ กับโรงแรมหรูๆ

21 มิถุนายน 2553

....สมผล ตระกูลรุ่ง

หลังเหตุการณ์เผาบ้านเผากรุง ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างมากคือ ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรมต่างๆ ในกรุงเทพฯ เงียบเหงา โดยเฉพาะโรงแรมหรูที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก มีห้องพักว่างเหลือเฟือ เพราะแขกน้อย

สถานการณ์อย่างนี้ คงเป็นอีกนานกว่าจะกลับมาเหมือนเดิม เพราะการวางแผนท่องเที่ยวสำหรับฝรั่งเศรษฐีนั้น เขาวางแผนเป็นปี จองโรงแรมล่วงหน้าข้ามปี และเศรษฐีเหล่านี้ก็เป็นคนขี้กลัว ไม่ชอบเสี่ยง เมื่อประเทศไทยเป็นอย่างนี้ ไปเที่ยวประเทศอื่นก็ได้ เอาไว้เหตุการณ์สงบจริงๆ ค่อยกลับมาใหม่

ความเสียหายจากการปิดสนามบินของเสื้อเหลืองเพิ่งจะเริ่มคลี่คลาย ก็มาเจอคนเสื้อแดงขนอาวุธสงครามมาปิดราชประสงค์ ต่อไปไม่รู้จะเจอเสื้อสีไหนอีก

อย่าคิดมากเลยครับ เอากำไรเก่าๆ ออกมาใช้บ้างก็ได้ ถือเป็นสวัสดิการให้พนักงานพักผ่อนประจำศตวรรษ นานที 23 ปีหนจะได้พักผ่อนนานๆ อย่างนี้

โรงแรมหรูๆ เหล่านี้ จะอาศัยคนไทยเข้าไปใช้บริการคงหายาก เพราะคนไทยที่ใช้บริการได้มีไม่มาก เพราะราคาระดับโรงแรมห้าดาว จะมีคนไทยสักกี่คนที่กระเป๋าหนักพอที่จะใช้บริการได้ คนชั้นกลางซึ่งมีมากที่สุดในเมือง นอกจากไม่กล้าใช้เงินเกินตัวแล้ว ยังต้องรัดเข็มขัดอีกต่างหาก

ในธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรมที่ดาวสูงๆ จึงต้องจัดโปรโมชัน ชักชวนคนไทยให้มาใช้บริการ จะชักชวนให้มานอนโรงแรมก็คงไปไม่รอด เพราะถ้าคุณผู้ชายมาเปิดโรงแรมในกรุงเทพฯ นอน แม่อีหนูที่บ้านจะคิดอย่างไร คงไม่มองในแง่ดีเป็นแน่

บริการที่สามารถขายคนไทยได้ง่ายๆ คือ การลดค่าอาหารครับ คนไทยเราชอบกิน โดยเฉพาะกินอย่างไม่อั้น และคนไทยเราก็มักจะให้ความเชื่อถือว่า อาหารในโรงแรมใหญ่ๆ ทั้งดี ทั้งอร่อย

จะไม่ให้เชื่ออย่างนั้นได้อย่างไร ก็ราคาต่อหัวต่ออาหารหนึ่งมื้อในโรงแรมหรูๆ ไม่ต่ำกว่าพันทั้งนั้น

โรงแรมหรูๆ เขารู้ใจคนไทยครับ จึงชอบจัดโปรโมชัน ลดราคาอาหารบุฟเฟต์ 50% ซึ่งก็น่าจะได้ผลครับ เพราะบางท่านตั้งใจกินเหมาปีกันเลย

สถานที่จัดงานโปรโมชันก็มักจะหนีไม่พ้นศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เมื่อต้นปี ก่อนเหตุการณ์รุนแรง ก็มีการจัดงานเที่ยวไทย คุณสุภาพสตรีท่านหนึ่งไปซื้อโปรโมชันอาหารบุฟเฟต์ของโรงแรมดังซอยรางน้ำ เธอซื้อคูปองทั้งหมด 40 ใบ ตั้งใจกินอาหารดีๆ ราคาถูกเหมาปีกันเลย เพราะลดราคา 50% แถมพนักงานขายยังรับปากว่า รวมน้ำดื่มด้วย

จะไม่ให้ถูกใจได้อย่างไร เพราะราคาน้ำเปล่าขวดเล็กๆ ในโรงแรมขวดละ 40 บาท

พอไปใช้บริการจริงๆ ในระหว่างการชุมนุม ปรากฏว่าทางโรงแรมเขาก็จัดโปรโมชันลด 50% ให้คนทั่วไปเท่ากับที่ไปขายในงาน เธอเลยถามตัวเองว่า แล้วทำไมตูต้องไปซื้อในงาน จ่ายเงินล่วงหน้ากว่า 2 หมื่นบาทด้วย นอกจากนี้ น้ำดื่มก็ไม่ให้ฟรีเหมือนที่บอก ต้องควักจ่ายอีกต่างหาก

แค่นั้นยังพอทนครับ แต่เหตุการณ์ที่รับไม่ได้จริงๆ ก็คือ หลังเหตุการณ์ชุมนุมสงบ ชวนเพื่อนไปใช้คูปอง หาของกินดีๆ ราคาถูก ก่อนไปก็สอบถามว่า วันจันทร์จะเป็นอาหารอะไร มีรายการอาหารเวียดนามที่เป็นของชอบบ้างไหม ทางโรงแรมตอบว่า เป็นรายการอาหารเอเชีย ที่มีอาหารเวียดนามเป็นหลัก

เธอเตรียมตัวที่จะได้กินกุ้งพันอ้อย แหนมเนือง พอไปรับประทานจริงๆ อาหารเอเชียที่ว่า ท่านเน้นข้าวต้มกุ๊ย ไข่เค็ม หัวไชโป๊ เป็นหลักครับ ไม่มีอาหารเวียดนามตามที่บอกไว้เลย

หน้าแตกซิครับ อุตส่าห์ชวนเพื่อนไปกินอาหารเอเชียเวียดนาม กลับเจอแต่อาหารข้างทาง

ด้วยความรู้สึกที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เธอใช้บริการคุณเมล ส่งข้อความต่อว่าต่อขานไปที่โรงแรม ซึ่งดูเหมือนจะได้ผล เพราะระดับผู้จัดการติดต่อมา ขอโทษยกใหญ่ โดยขอแก้ตัวด้วยการชดเชยคูปองให้มาทดลองใช้บริการใหม่ และจะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ว่า เกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำเรื่องรายการอาหาร

หลังจากนั้น ทุกอย่างก็หายไปกับสายลมร้อนๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ติดต่อกลับ คูปองก็ไม่ได้รับ

นี่แหละครับ บริการของโรงแรมหรูย่านรางน้ำ

ผมถามเธอว่า จะทำอย่างไรต่อไป คำตอบที่ได้รับก็คือ ช่างมันเถอะ ต่อไปก็จะไม่ไปใช้บริการอีก

นี่แหละครับ ผู้บริโภคแบบไทยๆ

แม้เราจะมีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค แต่ผู้บริโภคแบบไทยๆ ก็ไม่อยากจะไปเอาเรื่องเอาราว จะไปฟ้องร้องก็ไม่คุ้ม เสียเวลาเปล่าๆ พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ.2551 ก็คุ้มครองไม่ถึง เพราะไม่เกิดความเสียหายจากตัวสินค้า

จะพึ่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้แค่ไหน ไม่คุ้มกับเวลาที่ต้องเสียไป และในที่สุด ก็ไม่รู้ว่า เสือกระดาษตัวนี้ จะทำอะไรได้ จะเกรงอกเกรงใจเจ้าของกิจการหรือเปล่า

หากจะต้องฟ้องร้องกันที่ศาล โดยอาศัยพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 ที่ให้สิทธิผู้บริโภคมากกว่า ก็ไม่รู้ว่าจะมีพยานหลักฐานไปต่อสู้กับทางโรงแรมหรือไม่ เอาแค่เรื่องรวมน้ำดื่ม พนักงานขายเขายืนยันว่า ไม่เคยบอก และยังขู่กลับอีกว่า ไม่เห็นมีลูกค้าคนไหนต่อว่ามาเลย

อ้าว เป็นความผิดของตูด้วยหรือนี่

ไม่รู้ว่าถามไม่ตรงคำตอบหรือตอบไม่ตรงคำถาม

การบังคับกฎหมายในกรณีนี้ แม้จะมีทางบังคับได้ แต่เมื่อมองกระบวนการที่ต้องเสียเวลาแล้ว เชื่อว่า ด้วยค่าความเสียหายไม่กี่หมื่นบาท ผู้บริโภคแบบไทยๆ คงไม่มีใครอยากจะเอาเรื่องกับโรงแรมอย่างนี้

สิ่งที่ผู้บริโภคไทยๆ จะทำได้ คือการระมัดระวังและอย่าเชื่อทุกอย่างที่พนักงานขายพูด และที่สำคัญ ไม่ต้องอายที่จะขอให้เขาบันทึกลงไปในคูปองให้เป็นหลักฐาน และอย่าลืมให้ลงชื่อไว้ด้วย เพราะมิฉะนั้น อาจถูกกล่าวหาว่า เขียนเอาเอง

เมื่อการบังคับใช้กฎหมายยุ่งยาก ผู้ประกอบการอย่างนี้จึงไม่รู้สำนึก

หรือจะต้องรอให้ไปร้องเรียนกับคุณห้อยคุณโหนก่อน จึงจะยอมรับความจริง

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม