posttoday
ปฏิรูปภาษีล่ม เศรษฐกิจยิ่งฟื้นยาก

ปฏิรูปภาษีล่ม เศรษฐกิจยิ่งฟื้นยาก

17 มีนาคม 2558

แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะสั่งเบรกเดินหน้าออกกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไปแบบไม่มีกำหนด

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะสั่งเบรกเดินหน้าออกกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไปแบบไม่มีกำหนด เพื่อลดแรงกดดันและความสับสนกับสังคมที่วิตกว่าจะต้องมีภาระ
ค่าครองชีพแพงขึ้น จากการถูกเก็บภาษีที่ดินในช่วงภาวะเศรษฐกิจขาลง

แต่ทว่า สมหมาย ภาษี รมว.คลัง กลับไม่ย่อท้อ ยังเดินหน้าลุยไฟเอาตำแหน่งเป็นเดิมพัน เดินหน้าเสนอร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินให้รัฐบาลพิจารณาออกมาเป็นกฎหมายบังคับให้ได้ เพราะเป็นเรื่องที่มีผลกับฐานะของประเทศในระยะยาว และมีรัฐบาลนี้เท่านั้นที่ทำได้ เพราะรัฐบาลจากการเลือกตั้งไม่มีวันที่จะทำ เพราะเสียคะแนนทางการเมือง

รมว.คลัง ให้เหตุผลที่ว่า หากไม่ออกกฎหมายเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประเทศไทยก็ไปไม่รอด เพราะประเทศที่ไม่เก็บภาษีเพิ่มรายได้ให้กับประเทศให้มั่นคง ประเทศก็พัฒนาต่อไปในระยะยาวไม่ได้ จากการที่รัฐบาลที่ผ่านมาใช้จ่ายกันอย่างล้างผลาญ ไม่คิดจะหาทางเก็บรายได้ให้กับประเทศเพิ่ม จนรายได้ไม่พอที่จะทำงบประมาณ ต้องกู้เงินมาโปะ แม้ว่าการกู้เงินเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่รัฐบาลก็ต้องไม่ประมาท เพราะหนี้สาธารณะของประเทศมีโอกาสจะท่วมหัวเป็นภัยกับเศรษฐกิจในไม่ช้า

นอกจากนี้ การเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นการออกกฎหมายมาทดแทนกฎหมายเดิม คือ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ซึ่งมีการยกเว้นมากมายจนรัฐแทบไม่มีรายได้ส่วนหนึ่ง และภาษีบำรุงท้องที่ก็มีการหลบเลี่ยงกันอย่างหนักจนเก็บภาษีไม่ได้เหมือนกัน

ภาษีทั้งสองตัวนี้เป็นอำนาจของท้องถิ่นในการจัดเก็บ ที่ผ่านมามีรายได้ปีละเพียง 2 หมื่นล้านบาท แต่กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะทำให้เก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นถึง 2 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10 เท่า

สมหมาย ระบุด้วยว่า การต่อต้านภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเกิดจากความเห็นแก่ตัวของคนชั้นกลาง ที่คิดแต่ว่าตัวเองจะต้องเสียภาษีบ้านจากที่ไม่เคยเสีย แต่ไม่ได้มองภาพรวมว่าการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีการเก็บภาษีที่ดินถึง 4 ประเภท คือ ที่ดินจากการทำการเกษตร ที่ดินอยู่อาศัย ที่ดินเพื่อการพาณิชย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดินรกร้างว่างเปล่า ที่เป็นเป้าหมายสำคัญของการออกกฎหมายภาษีที่ดินฯ ครั้งนี้ เพื่อให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินและมีการทำประโยชน์มากขึ้น

ที่สำคัญ การสั่งเบรกออกกฎหมายเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไปแบบไม่มีกำหนดของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังทำให้การปฏิรูปภาษีของไทยหยุดชะงักอีด้วย

การปฏิรูปภาษีของไทยถือเป็นวาระสำคัญและเร่งด่วนไม่แพ้การปฏิรูปด้านอื่นๆ หากไม่ดำเนินการ เศรษฐกิจไทยก็เดินหน้าต่อไปได้ยาก เพราะไม่มีรายได้พอในการพัฒนาประเทศ เห็นได้ชัดจากที่ประเทศต้องทำงบประมาณแบบขาดดุลมาเป็นเวลาติดต่อกันถึง 10 ปี แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย

สาเหตุสำคัญของรายได้ไม่สมดุลกับรายจ่าย มาจากการที่รายจ่ายในการพัฒนาประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่การหารายได้ของประเทศขยายตัวได้ช้า เพราะไม่มีการปฏิรูปภาษีกันอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บรายได้กันอย่างจริงจัง

แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา มีบางรัฐบาลได้ปฏิรูปภาษีไปบางส่วน แต่ก็เลือกด้านการลดภาษีที่ได้คะแนนเสียงทางการเมือง ทั้งการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคล

แม้ว่าการลดภาษีทั้งสองประเภทจะเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปภาษี เพราะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน แต่การปฏิรูปต้องทำอย่างครบวงจร ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมากลับไม่แตะด้านการเพิ่มอัตราภาษี หรือการเก็บภาษีใหม่ รวมทั้งปรับวิธีการเก็บภาษี เพื่อให้รัฐมีรายได้มากขึ้น เพราะกลัวเสียคะแนนทางการเมืองและแรงหนุนจากนายทุนที่ได้รับผลกระทบจากการเก็บภาษี

เมื่อมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน การเดินหน้าปฏิรูปภาษีของรัฐบาลชุดนี้ก็ถูกแรงต้านเช่นกัน ตั้งแต่การเก็บภาษีการรับมรดก ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จนสมหมายนั่งเป็นประธานกรรมาธิการพิจารณากฎหมายวาระ 2 ถึงกับออกปากว่า สนช.บางส่วนเริ่มออกลายเห็นแก่ประโยชน์ของคนรวยมากกว่าประเทศ

หรือกรณีของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่นายกรัฐมนตรีเบรกตั้งแต่ยังไม่เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) สมหมายก็ออกมาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาไม่กลัวใครเคืองว่า เป็นเพราะชนชั้นกลางเห็น
แก่ตัว มองแต่ว่าตัวเองต้องเสียภาษี แต่ไม่มองภาพรวมของประเทศว่าการเก็บภาษีนี้ คนที่ได้รับผลกระทบมากกว่าคือคนมีที่ดินว่างเปล่าจำนวนมาก

สมหมายถึงกับเดิมพันด้วยตำแหน่งว่า หากไม่เก็บภาษีที่ดิน ประเทศก็ไปไม่รอด เพราะประเทศที่คนไม่ยอมเสียภาษี ก็ไม่รู้ว่าจะพัฒนาประเทศต่อไปได้อย่างไร และสุดท้ายฐานะการเงินการคลังของประเทศ
ก็ไปไม่รอด เพราะมีแต่รายจ่ายที่เพิ่มขึ้นแต่รายได้ไม่สามารถเพิ่มได้ เพราะคนต่อต้านไม่อยากเสียภาษี

ในด้านตรงข้าม เมื่อรัฐบาลต้องการยกเลิกมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีบางอย่าง ก็ถูกต่อต้านจากคนรวยและคนชั้นกลางเพราะเสียประโยชน์ ยิ่งตอกย้ำปัญหาการปฏิรูปภาษีของไทยให้หนักขึ้น

นอกจากภาษีการรับมรดก ภาษีบ้านและที่ดินแล้ว การปฏิรูปภาษีของไทยยังมีเรื่องที่ต้องดำเนินการอีกหลายด้าน เช่น การแก้กฎหมายของกรมสรรพสามิต ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงการเก็บภาษีจากราคาหน้าโรงงาน หรือราคาสำแดงนำเข้า มาจัดเก็บจากราคาขายปลีกแทน วิธีนี้จะทำให้กรมสรรพสามิตเก็บภาษีเพิ่มขึ้นได้ปีละ 1 แสนล้านบาท แต่เชื่อว่าจะมีปัญหาได้รับการต่อต้านจากนายทุนที่จะจับผู้บริโภคเป็นตัวประกัน โดยการผลักภาระภาษีให้กับผู้บริโภค จนทำให้กระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตอาจจะต้องปรับอัตราภาษีหลังมีการแก้ไขกฎหมายกรมสรรพสามิต

ที่เป็นประเด็นร้อนมากที่สุดเห็นจะไม่พ้นการเพิ่มอัตราการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแวต จาก 7% เป็น 10% ในช่วงปลายปีนี้ ที่เสียงคัดค้านไม่ให้ขึ้นเริ่มดังขึ้นเป็นลำดับ จนทำให้การปฏิรูปภาษีของประเทศส่อแท้งไปในที่สุด

เมื่อเป็นเช่นนี้ ฐานะของประเทศก็วิกฤตมากขึ้นเรื่อยๆ ปีงบประมาณ 2557 ที่ผ่านมา รัฐจัดเก็บภาษีต่ำกว่าเป้าแล้วกว่า 2 แสนล้านบาท มาปีงบประมาณ 2558 ก็คาดว่าจะเก็บได้ต่ำกว่าเป้าอีกอย่างน้อย 1.5 แสนล้านบาท เพราะการปฏิรูปที่เลือกแต่จะลดภาษี ไม่ได้คิดที่จะหารายได้เพิ่ม

ที่ผ่านมารัฐบาลชุดนี้พูดเสมอว่า โครงสร้างทางภาษีเป็นจุดอ่อนหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจไทยอ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อการปฏิรูปภาษีส่อล่มไม่เป็นขบวนเหมือนที่วางแผนไว้ตอนต้น เศรษฐกิจของไทยก็ไม่พ้นจะดิ่งลงเหวต่อไปเหมือนท่ี่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69