
‘เจริญ’ซื้อประกันจลาจล
โพสต์ทูเดย์ — ธุรกิจเครือเสี่ยเจริญทั้งในและต่างประเทศ ระดมซื้อประกันก่อการร้าย
นายโชติพัฒน์ พีชานนท์ กรรมการ บริษัท ทีซีซี โฮลดิ้ง และประธานกรรมการบริหาร บริษัท อาคเนย์ประกันภัย ซึ่งมีนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เป็นผู้ถือหุ้นหลัก เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทในกลุ่มทั้งหมดอยู่ระหว่างซื้อเบี้ยประกันการก่อการร้ายและประกันจลาจล ในสินทรัพย์ที่อยู่ในประเทศและ 16 ประเทศทั่วโลก หลังจากเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดความเสี่ยง
ดังนั้นจะซื้อเป็นแพ็กเกจของกลุ่มบริษัทรวมทั้งหมด ทำให้เบี้ยประกันถูกลง และบางส่วนอาจซื้อจากบริษัท อาคเนย์ประกันภัย ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มด้วย
“
ประกันส่วนใหญ่ไม่ได้คุ้มครองเหตุจลาจล ยกเว้นแต่ซื้อเพิ่มเติม ซึ่งหลายๆ บริษัทในไทยไม่มีใครซื้อเพราะไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเหตุ แต่ก็โชคดีที่อาคารและตึกของบริษัทในกลุ่มไม่ได้รับความเสียหายใดๆ” นายโชติพัฒน์ กล่าวขณะที่โรงแรมในกรุงเทพได้รับผลกระทบน้อย เพราะส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ แต่เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นนักธุรกิจก็กลับมาใช้บริการตามปกติ ส่วนห้างค้าปลีกได้รับผลกระทบบ้างแต่เพียงช่วงสั้น ส่วนอาคารสำนักงานไม่ได้รับผลกระทบ
ปัจจุบัน ธุรกิจของกลุ่มแบ่งเป็น 5 ประเภท ได้แก่ 1.ธุรกิจเครื่องดื่มและเบียร์ช้าง ภายใต้บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ 2.ธุรกิจคอนซูเมอร์ โปรดักต์ ภายใต้บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ 3.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้บริษัท ทีซีซี แลนด์ 4.ธุรกิจเกษตร ภายใต้บริษัท พรรณธิอร และ 5.บริษัท อาคเนย์ประกันภัย
นายโชติพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของบริษัท อาคเนย์ประกันภัย ได้รับการติดต่อจากลูกค้าและร้านค้าจำนวนมากขอซื้อประกันจลาจล ส่วนค่าเบี้ยจะแพงมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับลูกค้าแต่ละรายว่าทำเลที่ตั้งจุดใด รวมถึงผู้ซื้อประกันนั้นมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มทางการเมืองหรือไม่
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจะเจรจากับบริษัทประกันภัยอีกครั้งหลังจากมีผู้ทำประกันในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองร้องเรียนว่าบริษัทประกันภัยอาจจะจ่ายค่าประกันเพียง 10 ล้านบาท ทั้งที่ผู้ประกอบการเสียหายกว่าร้อยล้านบาท
“
บริษัทประกันภัยอ้างเหตุเรื่องการก่อการร้าย ไม่ใช่การก่อจลาจล ซึ่งรัฐบาลอาจจะเจรจากับบริษัทประกันภัย และอาจต้องสู้กันในชั้นศาลต่อไปว่าเป็นก่อการร้าย หรือก่อจลาจล” นายกอร์ปศักดิ์ กล่าววันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปยังอาคารสยามกิตติ์ ย่านสยามสแควร์ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้างอาคารกึ่งถาวร ซึ่งจะเปิดให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงมาจำหน่ายสินค้า ตลอดจนใช้เป็นสถานที่ทำการเรียนการเสนอของสถาบันกวดวิชา
วาระดังกล่าวเดิมเป็นภารกิจของนายกอร์ปศักดิ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แต่ต่อมานายอภิสิทธิ์ได้เดินทางมายังอาคารสยามกิตติ์อย่างกระทันหัน โดยใช้เวลาเพียง 5 นาทีในการรับฟังการบรรยายสรุปจากผู้เกี่ยวข้องที่ชั้น 5 แต่ไม่ได้ตรวจตรางานก่อสร้าง หรือพบผู้ประกอบการร้านค้าย่านสยามแต่อย่างใด
นายอภิสิทธิ์กล่าวกับนายกอร์ปศักดิ์ว่า
“ทีแรกกะจะไม่มา เพราะรปภ. เขาไม่ให้มา”นายกอปร์ศักดิ์ กล่าวว่า ผู้บริหารของจุฬาฯยืนยันว่า การสร้างอาคารกึ่งถาวรมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า50% คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 3 สัปดาห์นี้ ซึ่งโรงเรียนกวดวิชาทั้งหมดจะสามารถเปิดให้บริการได้ในต้นเดือนก.ค.
ทั้งนี้งานก่อสร้างอาคารสยามกิตติ์ใช้งบประมาณของรัฐบาลจำนวน 80 ล้านบาท จึงต้องการให้มีความคุ้มค่า







