
ร่างรัฐธรรมนูญน่าจะมีข้อดีที่ข้ออื่นๆ ด้วยนอกจากการปรองดอง
ในที่สุดร่างรัฐธรรมนูญที่คุณทิชาบอกว่าร่างกันใน “ห้องแล็บ” ก็ร่างออกมาเป็นฉบับยาว
โดย...โคทม อารียา
ในที่สุดร่างรัฐธรรมนูญที่คุณทิชาบอกว่าร่างกันใน “ห้องแล็บ” ก็ร่างออกมาเป็นฉบับยาว ซึ่งตรงกันข้ามกับที่คนสำคัญในการร่างเคยกล่าวไว้ว่าจะร่างให้เป็นฉบับสั้นกะทัดรัด เอาแต่หลักการสำคัญไว้ อันที่จริงกลุ่มผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ปี 2550 กับผู้ร่างฉบับใหม่นี้ก็ไม่ต่างกันมาก แต่ดูเหมือนว่ากลุ่มเดิมนั่นแหละที่เปลี่ยนใจไปบ้าง เพราะผลออกมาสะท้อนให้เห็นว่าสปิริตในการ
ร่างกำลังถอยห่างออกไปจากความเป็นประชาธิปไตยและเข้าใกล้ความเป็นราชการมากขึ้น
แม้ร่างรัฐธรรมนูญนี้จะมีประเด็นเชิง “นวัตกรรม” แต่ก็ยังมีนวัตกรรมที่ผมขอสนับสนุนอยู่ด้วยเหมือนกัน นวัตกรรมที่เด่นคือเรื่องการมีหมวดว่าด้วยการสร้างความปรองดอง ซึ่งมีเนื้อหาสาระดังนี้
มาตรา ...
เพื่อประโยชน์ในการสร้างบรรยากาศของความสมานฉันท์ เสริมสร้างความปรองดองระหว่างคนในชาติให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมประชาธิปไตย ที่มีความแตกต่างหลากหลายและสร้างแนวทางที่จะนำพาประเทศไปสู่ความมีเสถียรภาพและสันติสุขอย่างยั่งยืน ให้มีคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ ประกอบด้วยกรรมการไม่เกิน 15 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งไม่เป็นผู้ฝักฝ่ายทางการเมืองหรือความขัดแย้งและผู้ซึ่งเป็นผู้นำความขัดแย้ง
ที่มา วาระการดำรงตำแหน่ง อำนาจหน้าที่ การดำเนินงาน หน่วยธุรการและการอื่นที่จำเป็นให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติบัญญัติ
มาตรา ...
คณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) ศึกษา วิเคราะห์ เพื่อหาสาเหตุแห่งความขัดแย้ง ความเสียหายที่เกิดขึ้นและเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขต่อคณะรัฐมนตรีหรือรัฐสภา ทั้งนี้ โดยพิจารณารายงานหรือผลการศึกษาที่องค์กรต่างๆ จัดทำขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
(2) เสริมสร้าง ดำเนินการ และประสานงานให้เกิดสภาวะที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์และปรองดองในหมู่ประชาชนทั้งประเทศ ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้และใช้กระบวนการแก้ปัญหาความขัดแย้งร่วมกันและสร้างเครือข่ายในการสร้างความปรองดองในภาคส่วนต่างๆ ให้มีกระบวนการสร้างความปรองดองเกิดขึ้น
(3) เป็นคนกลางในการประสานระหว่างผู้นำความขัดแย้งทุกกลุ่มเพื่อลดหรือยุติความขัดแย้งระหว่างกัน
(4) รวบรวมข้อเท็จจริงและทำรายงานเกี่ยวกับความขัดแย้ง การละเมิดกฎหมาย การละเมิดสิทธิมนุษยชนและผู้ที่เกี่ยวข้องที่เป็นผู้กระทำ ทั้งนี้ การจะเปิดเผยชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องหรือข้อมูลอื่นใดที่ทำให้ทราบได้ว่าเป็นผู้ใดไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นการเปิดเผยตามหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาที่กฎหมายบัญญัติ
(5) ให้การเยียวยาความเสียหายแก่ผู้เสียหายและครอบครัว รวมทั้งฟื้นฟูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบ
(6) เสนอให้มีการตราพระราชกฤษฎีการอภัยโทษแก่บุคคลซึ่งให้ความจริงอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่การดำเนินงาน และผู้กระทำซึ่งได้แสดงความสำนึกผิดต่อคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติแล้ว
(7) ให้การศึกษาและเรียนรู้แก่สาธารณชนเพื่อให้ตระหนักถึงผลของความรุนแรง ความเกลียดชัง รวมทั้งความจำเป็นและประโยชน์ของการใช้สันติวิธีแก้ปัญหาความรุนแรง ตลอดจนสร้างเครื่องเตือนใจให้สังคมรำลึกถึงผลร้ายและความเสียหายที่เกิดขึ้นเพื่อจะร่วมกันป้องกันมิให้เกิดเหตุดังกล่าวอีก
(8) ส่งเสริมและเสนอแนะการปฏิรูปเพื่อให้เกิดความยุติธรรมในสังคม โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม โดยเคารพความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรมและเสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อการดังกล่าวต่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยเพื่อเสนอต่อรัฐสภา
(9) ดำเนินการอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติบัญญัติ
คณะรัฐมนตรี รัฐสภา และหน่วยงานของรัฐ ต้องให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ รวมทั้งต้องจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอแก่การดำเนินการของคณะกรรมการเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ
ผมมีข้อเสนอเช่นเดียวกับคุณทิชา คือ อยากให้ผู้ร่างรัฐธรรมนูญออกมาจากห้องแล็บบ้าง แต่มิใช่ออกมาพูด พูด พูด นะครับ หากมาฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ มาสานเสวนา มาถกแถลง (Deliberate) เผื่อว่าเราจะมีรัฐธรรมนูญ ที่มีข้อดีเกือบทั้งหมด มิใช่มีข้อดีแต่ในเรื่องระบบเลือกตั้ง สส. และเรื่องการสร้างความปรองดองเท่านั้น







