
นายกฯบินญี่ปุ่นถกความเสี่ยงภัยพิบัติ13-14มี.ค.
"ประยุทธ์" บินถกลดความเสี่ยงภัยพิบัติที่ญี่ปุ่น 13-14 มี.ค.เตรียมเสนอแนวคิดจัดการ "สึนามิ-น้ำท่วมใหญ่" ของไทยต่อที่ประชุม
"ประยุทธ์" บินถกลดความเสี่ยงภัยพิบัติที่ญี่ปุ่น 13-14 มี.ค.เตรียมเสนอแนวคิดจัดการ "สึนามิ-น้ำท่วมใหญ่" ของไทยต่อที่ประชุม
เมื่อวันที่ 10 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งขาติ (คสช.) แถลงผลการการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีการเดินทางร่วมประชุมสหประชาชาติระดับโลกว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติครั้งที่ 1 ที่เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 13-14 มี.ค. นี้ ว่า หัวข้อในการประชุมคือมาตรการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติซึ่งได้มีการหารือกันมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งครั้งนี้จะเป็นการกำหนดวิสัยทัศน์ตั้งแต่ปี 2015-2035 รวม 20 ปีว่าจะมีมาตรการในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติต่างๆ อย่างไร
นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลได้มีการประชุมเรื่องดังกล่าวเมื่อต้นปีที่ผ่านมาโดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาณการประชุมและมีข้อสรุปแนวทางออกมา ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวจะนำเสนอไปเสนอในการประชุมที่เซนไดด้วย การประชุมครั้งนี้จะต่อเนื่องกับการพูดคุยหัวข้อปฏิญญาเฮียวโกะที่จะประชุมร่วมกันทุกๆ 10 ปี ซึ่งการประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งวันที่ 13 มีนาคมจะประชุมหลักการ และในวันที่ 14 มีนาคมจะคุยลงรายละเอียดในหลักการต่างๆ ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีหลายคณะที่จะหารือกันโดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและนพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขร่วมประชุมคณะย่อยด้วยและคงใช้เวลาในการพูดคุยหลายๆ เรื่องเช่นเดียวกัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะเสนอว่าไทยมีการรณรงค์ในการส่งเสริมความร่วมมือในการบรรเทาภัยพิบัติอย่างชัดเจน และมีความแน่วแน่ที่จะลดความเสี่ยงภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติในไทยทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา คือ เหตุการณ์สึนามิและน้ำท่วมครั้งใหญ่โดยเราจะแสดงให้เขาเห็นว่าเรามีความร่วมมือทั้งภาครัฐและประชาชนซึ่งจะเป็นแนวทางให้เขานำไปใช้ต่อไป ซึ่งประเด็นสำคัญในการพูดคุยอีกประเด็นคือความร่วมมือในภาคเอกชนในสภาวะปกติที่จะมีการลงทุนร่วมกันในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติต่างๆ อาจมีการสร้างกองทุนความร่วมมือเกิดขึ้นด้วย
"การแก้ไขปัญหาภัยพิบัติต่างๆ ที่แต่ละประเทศก็แก้ไขปัญหาต่างกันเพราะมีความเสี่ยง วิถีชีวิตต่างกัน อย่างในไทยตอนน้ำท่วมใหญ่ที่ผ่าน ผมทราบว่าเราต้องดูแลชุมชนหลายที่เพราะคนไทยห่วงสมบัติไม่ยอมทิ้งบ้าน แตกต่างจากประเทศอื่นที่หากรัฐให้อพยพไปไหนเขาไปหมดแต่คนไทยรักข้าวของตัวเอง เพราะกว่าจะหามาได้มายากลำบากขนาดไหน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว







