
จับตาไทยเปิดสัมปทานพลังงาน
การเปิดสำรวจสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ของไทยมีอุปสรรคมาโดยตลอด เริ่มตั้งแต่การลงคะแนนเสียงของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (เอ็นอาร์ซี) ในเดือน ม.ค. ที่มีเสียงไม่เห็นด้วยกับการเปิดสัมปทานดังกล่าวถึง 130 ต่อ 79 คะแนนเสียง ส่งผลให้ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติมีมติให้ขยายเวลาออกไป เนื่องจากรัฐบาลกำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็นในเรื่องสัมปทานที่ยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน
การเปิดสำรวจสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ของไทยมีอุปสรรคมาโดยตลอด เริ่มตั้งแต่การลงคะแนนเสียงของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (เอ็นอาร์ซี) ในเดือน ม.ค. ที่มีเสียงไม่เห็นด้วยกับการเปิดสัมปทานดังกล่าวถึง 130 ต่อ 79 คะแนนเสียง ส่งผลให้ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติมีมติให้ขยายเวลาออกไป เนื่องจากรัฐบาลกำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็นในเรื่องสัมปทานที่ยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน
จากนั้นเมื่อปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ประกาศว่าจะเลื่อนการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมออกไป โดยจะแก้ไขพระราชบัญญัติปิโตรเลียม และพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ให้เสร็จเสียก่อน โดยกำหนดใหม่คือในราวเดือน มี.ค. ทว่าเมื่อถึงกำหนดเข้าจริงๆ รัฐบาลก็จำเป็นต้องเลื่อนการเปิดสัมปทานดังกล่าวออกไปอีก เนื่องจากถูกคัดค้านจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการเปิดสัมปทานเช่นเดิม
เหตุการณ์ดังกล่าวไปสะกิดความสนใจของ มีร์กันคา ไจปุริยาร์ บรรณาธิการประจำสิงคโปร์ของแพลตต์ส ผู้ให้ข้อมูลข่าวสารด้านพลังงานซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก โดยไจปุริยาร์ได้ออกมาวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อวิกฤตพลังงานของไทย
ไจปุริยาร์ รายงานอ้างข้อมูลจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ว่า คลังสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของไทยนั้นกำลังเหลือน้อยลงเรื่อยๆ โดยก๊าซสำรองต่ำลงไปที่ 8.4 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตในช่วงปลายปี 2013 จาก 12.7 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตในปี 2000 ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น น้ำมันดิบสำรองเหลือต่ำลงที่ 257 ล้านบาร์เรล จาก 272 ล้านบาร์เรล
ขณะที่ ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. กล่าวว่า หากว่าความต้องการก๊าซยังคงสูงอยู่ในระดับนี้ ไทยจะขาดแคลนพลังงานดังกล่าวภายในระยะเวลาอีก 7 ปีข้างหน้าเท่านั้น
ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานระบุว่า ในปี 2014 ชาวไทยบริโภคพลังงานโดยเฉลี่ย 4.68 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2013 ถึง 2.4% ขณะที่ผลผลิตก๊าซตกลง 9% ในช่วงเวลาเดียวกัน
ขณะเดียวกัน พม่า ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของไทยตั้งแต่ปี 2000 โดยเป็นผู้ป้อนก๊าซถึง 25% ให้แก่ความต้องการในตลาดทั้งหมดของไทย ก็กำลังมีความต้องการภายในประเทศของตัวเองเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ซัพพลายเออร์ในพม่าส่งออกให้ไทยน้อยลง
ด้าน วู้ด แมคเคนซี บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน ระบุว่า ไทยไม่อยู่ในฐานะที่จะสร้างผลกำไรจากพลังงานปิโตรเลียมได้ เนื่องจากมีการค้นพบแหล่งปิโตรเลียมภายในประเทศเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ทั้งนี้ ณรงค์ชัย เปิดเผยว่า จะเลื่อนเปิดสัมปทานสำรวจปิโตรเลียมรอบที่ 21 ออกไปอีก 3 เดือน นับจากวันที่ 16 มี.ค. 2015
บรรยายภาพ : ประท้วงหยุดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21







