posttoday
อากาศเหนือวิกฤต

อากาศเหนือวิกฤต

02 มีนาคม 2558

แพทย์เตือนเชียงใหม่ มลพิษเกินค่ามาตรฐาน ยอดผู้ป่วยทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น

แพทย์เตือนเชียงใหม่ มลพิษเกินค่ามาตรฐาน ยอดผู้ป่วยทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น

ทพ.สุรสิงห์ วิศรุตรัตน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เริ่มเพิ่มปริมาณมากขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงช่วงเช้าเย็น กลางวันร้อนจัด ทำให้มีการล้มป่วยมากขึ้น จึงขอเตือนให้กลุ่มเสี่ยงผู้ป่วยที่เป็นโรคทางเดินหายใจอยู่แล้ว ควรมีการป้องกันตัวเองไม่ออกมาอยู่ในที่โล่งแจ้ง

“ขณะนี้มีผู้ล้มป่วยเพิ่มมากขึ้น แต่ยังไม่สามารถระบุชัดได้ว่าป่วยจากหมอกควันพิษที่สะสมในตัว เพราะอาการป่วยจะเป็นโรคเดียวกันคือโรคทางเดินหายใจ แต่คาดว่าการเจ็บป่วยในช่วงนี้น่าจะมาจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงมากกว่า คาดว่าอีก 3-4 วัน หากค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสะสมมากขึ้น จึงจะสามารถทราบปริมาณผู้ป่วยเพราะควันพิษที่เพิ่มขึ้นได้” ทพ.สุรสิงห์ กล่าว

รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า ได้มีการแจกหน้ากากอนามัยไปตามโรงพยาบาล เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ป่วยแล้วกว่า 7-8 หมื่นชิ้น ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถทำหน้ากากป้องกันตัวเองโดยใช้ผ้าเช็ดหน้า โดยในช่วงเช้าเสี่ยงต่อการสูดดมควันพิษได้มากกว่าช่วงเย็น เพราะความกดอากาศเย็น กดฝุ่นละอองลงอยู่ต่ำจะสังเกตจากการมองว่าชัดหรือไม่ชัด แต่หากเป็นช่วงสายไปจนถึงค่ำความกดอากาศจะยกตัว ทำให้ฝุ่นละอองลอยขึ้นในอากาศที่สูง ทำให้การสูดดมเสี่ยงน้อยลง

ทั้งนี้ ดัชนีคุณภาพอากาศในตัวเมืองเชียงใหม่พบว่าเกินกว่าค่ามาตรฐาน อาทิ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ดัชนีคุณภาพอากาศไม่ควรเกิน 100 วัดได้ 104 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่ ไม่ควรเกิน 100 วัดได้ 107 ส่งผลต่อทัศนวิสัยที่มองเห็นได้ไม่เกิน 500-600 เมตร ถึงรอบคูเมืองจะเปิดน้ำพุช่วยสร้างความชุ่มชื้นก็ไม่สามารถช่วยได้

ขณะเดียวกัน จังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนก็ล้วนมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศเกินค่ามาตรฐานเช่นกัน ประชาชนเริ่มมีอาการระคายเคืองจมูกและแสบตา ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งเกษตรกรมักจะเผาพื้นที่เพาะปลูกเพื่อเตรียมดินก่อนเข้าหน้าฝน

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน