posttoday
วิชา มหาคุณ หนึ่งในคณะผู้ทำงานเพื่อแผ่นดิน

วิชา มหาคุณ หนึ่งในคณะผู้ทำงานเพื่อแผ่นดิน

01 มีนาคม 2558

โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

ในอดีตเมื่อ 40 กว่าปีที่ผ่านมา ถ้าเห็นนามสกุล “มหาคุณ” ทุกคนก็จะคิดถึง สหัส มหาคุณ เศรษฐีใหญ่นายกสมาคมพ่อค้าจีนผู้สนิทชิดเชื้อกับ อุเทน เตชะไพบูลย์ และเศรษฐีเชื้อสายจีนคนอื่นในยุคนั้น ทั้งยังเป็นอุปการคุณต่อกิจการเพื่อประโยชน์สาธารณะของชุมชนชาวจีนในประเทศไทยในขณะนั้น ในฐานะผู้กว้างขวางใกล้ชิดสนิทสนมกับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ดำเนินกิจการโรงงานสุราบางยี่ขัน เป็นผู้ผูกขาดการจำหน่ายสุราแม่โขงทั่วประเทศ ชื่อ สหัส มหาคุณ จึงขจรขจายเป็นที่รู้จักในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง

มาถึงยุคนี้นามสกุล มหาคุณ ก็โด่งดังเป็นที่รู้จักในสังคมไทยอย่างกว้างขวางอีกครั้ง ด้วยชื่อเสียงและเกียรติคุณของศาสตราจารย์ (พิเศษ) วิชา มหาคุณ หนึ่งในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานคณะกรรมการไต่สวนการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานลุงของ สหัส มหาคุณ

วิชา มหาคุณ เกิดที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ปี 2489 เป็นบุตรคนเล็กในจำนวนพี่น้อง 2 คน ของนายเฉลียว มหาคุณ และนางสุพีร์ หรือ วันทนีย์ กุลวรายุทธ และมีพี่น้องต่างมารดาอีก 9 คน จบการศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนวัดสุวรรณาราม ริมคลองบางกอกน้อย แล้วไปศึกษาต่อที่โรงเรียนสมาคมโรงเรียนราษฎร์ ซึ่งกลายเป็นโรงเรียนมักกะสันพิทยาในปัจจุบัน

จบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา, ปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปริญญาโท สาขารัฐศาสตร์ (บริหารรัฐกิจ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

ประกาศนียบัตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 11 (สถาบันพระปกเกล้า) นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษ แห่งคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยได้รับทุนจากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ ให้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง “การเผยแพร่ความรู้กฎหมายไปสู่ชนบท” ณ ศูนย์ศึกษาเมืองเบลลาจิโอ ประเทศอิตาลี กับได้รับทุนจากองค์การอนุเคราะห์เด็กแห่งนอร์เวย์ ให้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การทารุณกรรมเด็ก” รวมทั้งได้รับทุนฝึกอบรมด้านบำบัดผู้ติดยาเสพติด ณ นครนิวยอร์ก จากองค์การเดท็อป แห่งสหรัฐอเมริกา และผ่านการศึกษาหลักสูตร Cambridge-Thammasat Executive Education Programme ณ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ

การทำงาน วิชา มหาคุณ เริ่มรับราชการครั้งแรกในตำแหน่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ต่อมาได้โอนไปรับราชการเป็น พนักงานอัยการ ตำแหน่งสุดท้ายก่อนไปเป็นตุลาการ คือ อัยการจังหวัดผู้ช่วยจังหวัดกำแพงเพชร ส่วนตำแหน่งในทางตุลาการเคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลจังหวัดแพร่ ผู้พิพากษาประจำกระทรวงช่วยทำงานทำเนียบนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เลขานุการส่วนตัวนายกรัฐมนตรี (ธานินทร์ กรัยวิเชียร) ผู้อำนวยการกองพิทักษ์ทรัพย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุบลราชธานี เลขานุการศาลฎีกา ขณะดำรงตำแหน่งเลขานุการศาลฎีกาได้ถูกคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้ออกจากราชการ เมื่อปี 2535 ด้วยข้อหาขัดคำสั่งรัฐมนตรี เมื่อครั้งเกิดกรณี “วิกฤตตุลาการ” แต่ได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาคัดค้านคำสั่งดังกล่าว ในที่สุด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีพระราชกระแสว่า ไม่สมควรออกจากราชการ รัฐมนตรีจึงมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งที่ให้ออกจากราชการ ดังนั้น วิชา มหาคุณ จึงยังคงดำรงตำแหน่งตุลาการเช่นเดิม ต่อมาจึงได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้พิพากษาศาลฎีกา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 2 และภาค 1 ตามลำดับ กับได้รับเลือกตั้งให้เป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิ 2 สมัย ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาวชิรมงกุฎ และมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (กรณีวิกฤตตุลาการ วิชา มหาคุณ ได้บันทึกไว้ในหนังสือชื่อ บันทึกประวัติศาสตร์ 100 ปี กระทรวงยุติธรรม “การต่อสู้เพื่อความเป็นอิสระแห่งอำนาจตุลาการ กรกฎาคม 2534-มีนาคม 2535”) วิชา มหาคุณ ดำรงตำแหน่งสุดท้ายในราชการศาลยุติธรรม คือ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา ก่อนจะถูกเสนอชื่อจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้เป็นกรรมการการเลือกตั้ง และได้รับการคาดหมายว่าจะได้รับเลือกเป็น กกต. เพราะได้รับคะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ปี 2549 วิชา มหาคุณ ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ปี 2549 ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 19 ลงวันที่ 22 ก.ย. ปี 2549 ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ และได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ปี 2550 โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็นรองประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ 3 ประธานอนุกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญกรอบที่ 3 ว่าด้วยองค์กรอิสระและศาล วิชา มหาคุณ เคยได้รับรางวัลนักสิทธิมนุษยชนดีเด่น จากสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน รางวัลคนไทยตัวอย่าง จากมูลนิธิธารน้ำใจ และรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเยาวชนดีเด่น จากสำนักงานส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ รวมทั้งได้รับการคัดเลือกให้เป็นตุลาการทำหน้าที่ไต่สวนคดีเด็กที่ได้รับภัยจากสงคราม ณ เมือง Colchester ประเทศอังกฤษ และในวันที่ 29 ก.ค. ปี 2552 ได้รับรางวัลนักทรัพยากรมนุษย์ดีเด่นแห่งชาติ จากสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิชา มหาคุณ มีผลงานด้านวิชาการ เป็นตำราหลายเล่ม เช่น กฎหมายล้มละลาย ฉบับสมบูรณ์ การตีความกฎหมาย (เขียนร่วมกับ ศ.ธานินทร์ กรัยวิเชียร) การใช้เหตุผลในทางกฎหมาย และกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังได้เผยแพร่ความรู้กฎหมายด้วยการเขียนหนังสือชุดกฎหมายสนุก สนุก เช่น คดีตัวอย่าง คดีข้ามศตวรรษ และกฎหมายกับความรัก ตลอดจนหนังสือความรู้เพื่อชุมชน เช่น การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นต้น รวมทั้งมีผลงานที่มีชื่อเสียงต่อสาธารณชน คือ งานด้านพัฒนาเด็กและเยาวชน ด้านบำบัดแก้ไขฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่ติดยาเสพติด โดยเป็นประธานมูลนิธิยุวพุทธพัฒนา ประธานมูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา ในพระอุปถัมป์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประธานมูลนิธิสถาบันพัฒนากระบวนการยุติธรรมเยาวชนและครอบครัว ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ ประธานมูลนิธิกองทุนเยาวชนพัฒนา ประธานคณะกรรมการอำนวยการสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี วิชามหาคุณ สมรสแล้วกับนวลพรรณ (ง้าวสุวรณ) มหาคุณ ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้มากความสามารถ มีบุตร-ธิดา 2 คน

วิชา มหาคุณ มีลักษณะการทำงานแบบถึงลูกถึงคน มีความสุจริตและตรงไปตรงมา เป็นหนึ่งใน 9 อรหันต์แห่ง ป.ป.ช. ที่มีบทบาทสำคัญในการทำงาน มักจะได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบคดีสำคัญๆ เกี่ยวกับการทุจริตของนักการเมือง เช่น คดีทุจริตการซื้อรถดับเพลิงของ กทม. คดีสลายกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในปี 2553 ในรัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ระหว่างนั่งในตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. เคยต่อปากต่อคำกับผู้คนในรัฐบาลพรรคเพื่อไทยบ่อยครั้ง จนกระทั่งถึงคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร วิชา มหาคุณ รับเป็นหัวหอกในการตรวจสอบทำคดีอย่างไม่หวั่นไหวต่ออำนาจอิทธิพลใดๆ หากแต่ยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ แม้จะได้รับการต่อต้านอย่างหนัก ถึงขนาดกลุ่ม กวป.ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทยนำมวลชนเข้าไปปิดล้อมหน้าสำนักงาน ป.ป.ช. คล้องโซ่ปิดประตูทางเข้าออก ข่มขู่ต่างๆ นานา ถึงขั้นยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่สำนักงาน ป.ป.ช. และเป็นที่หมายหัวถูกตามล่าจากกลุ่ม กวป. ที่ไล่ล่าหมายเอาชีวิต จน วิชา มหาคุณ ต้องหอบสำนวนคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลบหนีการไล่ล่าเข้าไปอยู่เซฟเฮาส์ พร้อมกับการเป็นอีกผู้หนึ่งที่ติดอยู่ในบัญชีดำของระบอบทักษิณและคนเสื้อแดง แต่นักสู้อย่าง วิชา มหาคุณ ก็ไม่เคยหวั่นไหวและไม่ขลาดกลัว ยังยืนหยัดที่จะทำงานด้วยความเข้มแข็งและกล้าหาญ จนในที่สุดก็สามารถดำเนินคดีประวัติศาสตร์เพื่อกำหนดมาตรฐาน คุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำประเทศไว้เป็นแบบอย่างให้แก่ลูกหลานในอนาคตได้อย่างน่าชื่นชม

นี่คือการทำงานเพื่อแผ่นดินอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง