
สภาประชาชนฯเรียกร้องรัฐทบทวนใช้กฎอัยการศึก
สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูปแห่งชาติแถลงค้านการควบคุมสิทธิเสรีภาพของประชาชน แนะให้ทบทวนการใช้กฎอัยการศึก
สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูปแห่งชาติแถลงค้านการควบคุมสิทธิเสรีภาพของประชาชน แนะให้ทบทวนการใช้กฎอัยการศึก
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้จัดงานเสวนาเวทีสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูปครั้งที่ 2 “จับตา การเพิ่มอำนาจรัฐ ปกป้องอำนาจประชาชน รัฐธรรมนูญใหม่ต้องดีกว่าเดิม” โดยในงานเสวนามีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก และมีการจัดแถลงข่าวในเวลาต่อมา
นายวิรัตน์ พรมสอน ตัวแทนสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ในฐานะผู้แทนสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูปได้แถลงว่า สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูปมีความเห็นชัดเจนให้รัฐบาลหยุดการใช้อำนาจรัฐที่ควบคุมเสรีภาพของประชาชน และทบทวนการใช้กฎอัยการศึก และเปิดหรือสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนในการแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนและปกป้องสิ่งแวดล้อมให้ประชาชนสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย
นายวิรัตน์ แถลงว่า ในสภาวะที่มีการปฏิรูปประเทศและสภาวะที่มีการบริหารราชการแผ่นดินไม่ปกติ ได้มีหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรภาคธุรกิจบางองค์กรฉวยโอกาสคุกคามและจำกัดสิทธิชุมชนในการปกป้องคุ้มครองตนเอง และปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจกำหนดทิศทางการพัฒนาท้องถิ่น จนอาจส่งผลกระทบร้ายแรง ทั้งการใช้กองกำลังเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปควบคุมการแสดงความคิดเห็น การจัดทำและเร่งปฏิบัติตามแผนแม่บทพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ซึ่งเป็นการทำลายพืชผลของเกษตรกร และการเร่งรัดให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน มีการเพิ่มอำนาจของหน่วยงานราชการ ลดขั้นตอนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและอนุมัติโดยไม่รอการกำหนดหลักการสิทธิเสรีภาพ
ในส่วนของงานเสวนานั้น ได้มีตัวแทนจากเครือข่ายต่างๆที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคย้ำว่าพระราชบัญญัติปิโตรเลียม ปี 2514 ล้าสมัยและไม่มีการรองรับสิทธิประชาชนในการอนุมัติให้เอกชนเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ อาจารย์มหาวิทยาลัยรังสิตชี้ว่าชาวบ้านในจังหวัดพิจิตรได้รับผลกระทบเป็นสารไซยาไนด์ปนเปื้อนจากเหมืองแร่ทองคำจนต้องอพยพหนี ตัวแทนชาวบ้านจากจังหวัดชัยภูมิและตัวแทนจากเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน ร้องเรียนว่าถูกเจ้าหน้าที่บังคับให้ย้ายออกจากพื้นที่เดิมที่อยู่มานานโดยอาศัยคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และตัวแทนจากเครือข่ายปกป้องกระบี่จากถ่านหินเล่าว่าหลังจากรัฐประหารได้มีเจ้าหน้าที่รัฐใช้กองกำลังติดอาวุธเข้ามาในพื้นที่และมีการจัดฉากสร้างความชอบธรรมให้กลุ่มที่สนับสนุนโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน







