posttoday
เสียงครวญผู้ค้าสนามหลวง ขายไม่ออก-เจอไถใต้โต๊ะ

เสียงครวญผู้ค้าสนามหลวง ขายไม่ออก-เจอไถใต้โต๊ะ

18 มิถุนายน 2553

8...ทีมข่าว กทม.

มหกรรม “หนึ่งใจ...รวมไทยช่วยชาติ” หรืองานจำหน่ายสินค้าราคาถูกที่จัดขึ้นบริเวณท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 1120 มิ.ย. โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับมูลนิธิมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ รวมทั้งบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง

แต่จากการสำรวจพื้นที่จริงกลับเต็มไปด้วยสารพัดปัญหาที่ทำให้บรรดาผู้ค้าต้องสะอื้นระงมไปทั่วท้องสนามหลวง เพราะการค้าขายไม่คึกคักอย่างที่คิด บางรายต้องทนนั่งตบยุงด้วยความเหนื่อยหน่าย ขณะที่บางรายถึงกับเตรียมม้วนเสื่อกลับบ้าน เพราะไม่คุ้มกับค่าเช่าที่ ค่าน้ำมัน และค่าเสียเวลา

ธีรเทพ สุดดี พนักงานขายจากบริษัท บูติกนิวซีตี้ ในเครือสหพัฒน์ บ่นให้ฟังว่า แม้ทางบริษัทจะจัดโปรโมชันลด 50% แต่ก็ไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้ ปกติการออกบูธตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปจะขายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 5 หมื่นบาท แต่ที่สนามหลวงขายได้แค่วันละ 2,0003,000 บาท ก็แทบหืดขึ้นคอ ขณะที่ต้องเสียค่าเช่าแผงวันละ 1,200 บาท

นอกจากจะต้องจ่ายค่าเช่าแผงแล้ว ผู้ค้าบางรายที่ต้องการได้ทำเลดีก็ต้องจ่ายใต้โต๊ะให้กับเจ้าหน้าที่เทศกิจอีก 2,0004,000 บาท

สินค้าที่ธีรเทพขายเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์เนมชื่อดัง มีจำหน่ายในหลายสาขา เช่น สยามสแควร์ โรงแรมอัมรินทร์ สีลมคอมเพล็กซ์ ท่ามกลางบรรยากาศแอร์เย็นฉ่ำ แต่เมื่อมาจัดบูธกลางท้องสนามหลวง จึงต้องลดกระหน่ำลงอีก 100 บาท เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้ซื้อระดับล่าง แต่สุดท้ายก็ยังทำยอดขายไม่ได้ตามเป้า

เขาประเมินว่า เหตุที่สินค้าขายไม่ออกเพราะหน่วยงานรัฐจัดงานซ้ำซ้อนกันในหลายพื้นที่ เช่น งานปิดถนนสีลมเมื่อวันที่ 1213 มิ.ย.ที่ผ่านมา และจะมีงานปิดถนนรางน้ำในวันที่ 1920 มิ.ย.นี้อีก ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดถูกแย่งไป

เช่นเดียวกับ พัชมณฑ์ เรืองศิรพงษ์ แม่ค้าจากตลาดโบ๊เบ๊ เล่าว่า มีคนชักชวนให้มาขายของที่สนามหลวง เนื่องจากไปประมูลแผงค้ามาได้ 10 แผง และแบ่งสรรให้แม่ค้าโบ๊เบ๊เช่าต่อแผงละ 1.5 หมื่นบาท หรือเฉลี่ยวันละ 1,500 บาท แต่ขายไม่ออก เพราะมีแต่คนเดิน แต่ไม่มีคนซื้อ

“ทุกวันนี้ขายได้อย่างมากก็แค่ 500600 บาท จากเมื่อก่อนขายส่งที่ตลาดโบ๊เบ๊ได้หลักหมื่นบาทต่อวัน ถ้ายังเงียบเหงาอยู่แบบนี้คงต้องเก็บของกลับบ้าน และถ้ามีการจัดงานแบบนี้อีกก็จะไม่มาแล้ว ตอนนี้ได้หารือกับแม่ค้าโบ๊เบ๊ว่าจะขอต่อรองจ่ายเงินค่าเช่าให้เจ้าของแผงค้าเพียงแค่ 30% เพราะทนอยู่ต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงทดท้อ

เธอตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่ตลาดสนามหลวงไม่คึกคัก เพราะเจ้าหน้าที่ผู้จัดงานไม่เข้ามาดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีการแบ่งโซนให้ชัดเจน ปล่อยให้ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเข้ามาขายของระเกะระกะ ทั้งที่ไม่ได้เสียค่าเช่าเหมือนผู้ค้าคนอื่นๆ

นอกจากนี้ สภาพการจัดงานก็ไม่เป็นไปตามคำโฆษณาที่อวดอ้าง โดยผู้จัดงานระบุว่า จะมีการระดมศิลปินดารานักร้องมาสร้างความบันเทิงทุกค่ำคืน แต่ปรากฏว่ามีนักร้องลูกทุ่งไม่กี่คนโผล่มาเฉพาะวันเปิดงานวันเดียวเท่านั้น แต่ทุกวันนี้เหลือแต่นักร้องที่ชาวบ้านไม่รู้จัก

ขณะที่ผู้ค้าอีกส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากม็อบเสื้อแดงอย่าง “น้องแมว” พนักงานสาวประเภทสองจากร้านบิ๊กอาย ห้างเซ็นเตอร์วัน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ไปลงทะเบียนที่เขตปทุมวัน จึงได้แผงฟรี แต่ขายไม่ดี เพราะไม่มีการประชาสัมพันธ์เท่าที่ควร

เธอบอกว่า ทาง กทม.ได้จัดพื้นที่สำหรับผู้ค้าที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมจำนวน 79 แผง และคาดว่าจะมีการขยายพื้นที่เพิ่มเป็น 100 แผง ส่วนผู้ค้ารายอื่นที่ไม่ได้รับสิทธิพิเศษจาก กทม. จะต้องจ่ายค่าเช่าแผงให้กับบุคคลบางกลุ่ม โดยมีการเรียกเก็บเงิน 1.52 หมื่นบาท เป็นค่าเต็นท์ ค่าไฟ และค่าสนับสนุนการจัดงาน

ด้าน ทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่า จะพยายามจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นธรรมแก่ผู้ค้าทุกราย พร้อมกันนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีมีผู้ร้องเรียนว่ามีการเรียกเก็บเงินจากผู้ค้าแล้ว และขอให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการทุจริตได้ที่สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โทร. 022262712 เพื่อให้การดำเนินการโปร่งใส คาดว่าจะได้ผลสรุปภายใน 1 สัปดาห์

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน