
ดันอานันท์หัวขบวนปฏิรูป
โพสต์ทูเดย์
— ภาคประชาชนเสนอตั้งอานันท์ ประเวศ ไพบูลย์ ประธานปฏิรูปประเทศไทย นายกฯ รับลูกพร้อมทาบเสร็จใน 1 สัปดาห์ที่ประชุมเครือข่ายภาคประชาชน เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่อาคารคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี และได้สรุปข้อเสนอเชิงกลไก กระบวนการการปฏิรูปประเทศไทย คือ 1.แนวทางการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศไทย ควรยึดหลัก 5 ส ได้แก่ สันติภาพ สามัคคี สัตยาบัน สื่อสาร และส่วนร่วม 2.เปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศไทยทุกระดับ
ข้อเสนอที่ 3.คือจัดกลไกที่เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายอย่างจริงจัง โดยรัฐบาลทำหน้าที่สนับสนุน ไม่เข้าไปทำเอง และ 4.เสนอแนะให้นายกรัฐมนตรีเชิญผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมาช่วยคิด ช่วยดูแลการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศไทย ได้แก่ นายอานันท์ ปันยารชุน นพ.ประเวศ วะสี และนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เป็นต้น
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้รับข้อเสนอทั้งหมดพร้อมนำไปดำเนินการต่อทันที โดยในส่วนของรายชื่อบุคคลที่เสนอมาให้ช่วยงานขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศไทยนั้นพร้อมไปทาบทามเชิญมาร่วมงาน โดยจะดำเนินการให้ชัดเจนภายใน 1 สัปดาห์
วันเดียวกัน นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญและปฏิรูปการเมือง และคณะกรรมการอีก 18 คน แถลงหลังเข้าพบนายอภิสิทธิ์ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลว่า นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันกรอบการทำงานที่ต้องพิจารณาตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองเเละศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นนั้น หากมีสิ่งใดที่นอกเหนือให้คณะกรรมการฯ เสนอความเห็นเพิ่มเติมได้
นอกจากนี้ คณะกรรมการได้แบ่งคณะอนุกรรมการเป็น 3 ชุด คือ 1.คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ โดยมีนายศักดา ธนิตกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นประธาน นายเจษฏ์ โทณะวณิก เป็นกรรมการและเลขานุการ 2.คณะอนุกรรมการวิเคราะห์กรอบโครงสร้างรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปการเมืองไทย โดยมีนายแสวง บุญเฉลิมวิภาส อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธาน นายเธียรชัย ณ นคร เป็นกรรมการและเลขานุการ 3.คณะอนุกรรมการการมีส่วนร่วมกับประชาชนในการสร้างความเข้มแข็งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีนายไชยา ยิ้มวิไล เป็นประธาน นายทวี สุรฤทธิกุล เป็นกรรมการและเลขานุการ
สำหรับคณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุดนี้ อาจจะตั้งคณะทำงานชุดอื่นๆ ที่มีบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมงานเพิ่มขึ้นเพื่อให้มีความครอบคลุมในเนื้อหาประเด็นต่างๆ มากขึ้น







