เปิดช่องรองประธานวุฒิฯนั่งประธานรัฐสภา
คณะกมธ.ยกร่างฯเปิดช่องรองปธ.วุฒิฯนั่งประธานรัฐสภา แก้ปัญหาสุญญากาศนิติบัญญัติ วางกติกาเข้มให้รัฐต้องเร่งออกกฎหมายตามรธน. ฝ่าฝืนโดนฟ้องที่ศาลปกครอง
คณะกมธ.ยกร่างฯเปิดช่องรองปธ.วุฒิฯนั่งประธานรัฐสภา แก้ปัญหาสุญญากาศนิติบัญญัติ วางกติกาเข้มให้รัฐต้องเร่งออกกฎหมายตามรธน. ฝ่าฝืนโดนฟ้องที่ศาลปกครอง
การประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนอกสถานที่ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา จ.ชลบุรี เป็นวันแรกเมื่อวันที่ 23 ก.พ.ได้ปิดประชุมเมื่อเวลา 23.40น. โดยสามารถพิจารณาไปได้ทั้งหมด 12 มาตรา
ทั้งนี้ ก่อนจะปิดประชุมทางคณะกมธ.ยกร่างฯได้เริ่มเข้าสู่การพิจารณาในหมวดของรัฐสภา ซึ่งเนื้อหาในบททั่วไปยังคงหลักการเดิมตามรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 เช่น การให้รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎร และ วุฒิสภา และการให้ประธานสภาฯเป็นประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา เป็นรองประธานรัฐสภา ในกรณีที่ไม่มีประธานสภาฯหรือประธานสภาฯไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาได้ ให้ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภาแทน เป็นต้น
จากนั้นคณะกมธ.ยกร่างฯส่วนใหญ่อยากให้มีบทบัญญัติเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ฝ่ายนิติบัญญัติเกิดสุญญากาศ เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2557 จากกรณีที่นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ภายหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดในคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของสว.โดยมิชอบ ซึ่งในเวลานั้นรัฐสภาไม่มีประธานรัฐสภา เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร อันมีผลให้ประธานสภาฯต้องพ้นจากตำแหน่งและเกิดสุญญากาศในการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ
ภายหลังคณะกมธ.ยกร่างฯได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ทางฝ่ายเลขานุการจึงมีการปรับเนื้อหาโดยกำหนดว่า "ในกรณีที่ไม่มีประธานสภาฯหรือประธานสภาฯไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาได้ ให้ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภาแทน ในกรณีที่ไม่มีทั้งประธานสภาฯและประธานวุฒิสภา หรือทั้งประธานสภาฯและประธานวุฒิสภาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานสภาฯหรือรองประธานวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาตามลำดับ"
ฝ่ายเลขานุการอธิบายว่า การเขียนบทบัญญัติเช่นนี้แปลว่ารองประธานสภาฯคนที่1และคนที่2 ต้องทำหน้าที่ประธานรัฐสภาแทนก่อน แต่ถ้าไม่มีรองประธานสภาฯคนที่1และคนที่2 ถึงจะเป็นหน้าที่ของรองประธานวุฒิสภาคนที่1และคนที่2
นอกจากนี้ คณะกมธ.ยกร่างฯยังได้ให้ความเห็นชอบกับบทบัญญัติที่เป็นการบังคับให้ผู้มีหน้าที่ออกกฎหมายต้องดำเนินการตรากฎหมายตามเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยหากไม่ปฎิบัติตามจะถือว่าเป็นเหตุให้ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าเสียหายได้
บทบัญญัติดังกล่าวมีเนื้อหาระบุว่า "ในกรณีที่รัฐธรรมนูญนี้บัญญัติให้ดำเนินการตราพระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎ หรือดำเนินการใดเพื่อให้การเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่ผู้มีหน้าที่เสนอหรือผู้มีหน้าที่พิจารณากฎหมายหรือกฎหรือกระทำการดังกล่าวไม่ดำเนินการ หรือไม่กระทำการภายในเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด หรือ ภายในเวลาอันสมควร ในกรณีที่รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติกำหนดเวลาไว้ ทำให้การปฏิบัติการตามรัฐธรรมนูญนี้ไม่บังคับเกิดผล ให้ถือว่าผู้มีหน้าที่เสนอหรือผู้มีหน้าที่พิจารณากฎหมายหรือกฎมีหน้าที่กระทำการนั้น ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้น ผู้เสียหายย่อมฟ้องคดีให้ผู้นั้นรับผิดชดใช้ค่าเสียหายได้"
ในประเด็นนี้ฝ่ายเลขานุการคณะกมธ.ยกร่างฯอธิบายต่อที่ประชุมว่า บทบัญญัติดังกล่าวจะมีความสำคัญตรงที่เป็นการทำให้หมวดการปฏิรูปในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความเป็นรูปธรรม เพราะผู้มีอำนาจหน้าที่จะละเลยต่อการออกกฎหมายตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไม่ได้เหมือนกับที่ผ่านมา ส่วนการฟ้องคดีจะต้องดำเนินการไปที่ศาลปกครอง เพราะถือเป็นคดีทางปกครอง ไม่ใช่คดีเอาผิดทางอาญา
ขณะเดียวกัน คณะกมธ.ยกร่างฯได้กำหนดกระบวนการตรวจสอบความประพฤติทางจริยธรรมของสส.และสว.ด้วย โดยให้สมัชชาคุณธรรมแห่งชาตินำเสนรายงานต่อสภาฯหรือวุฒิสภาแล้วแต่กรณีเพื่อให้มีมติให้สส.หรือสว.พ้นจากสมาชิกภาพได้ เช่นเดียวกับการเปิดโอกาสให้สส.หรือสว.จำนวนไม่น้อยกว่า 1ใน4 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา เข้าชื่อร้องต่อประธานสภาฯหรือประธานวุฒิสภา เพื่อให้สภาฯหรือวุฒิสภามีมติ3 ใน4 ให้สมาชิกผู้นั้นพ้นจากสมาชิกภาพได้
สำหรับการประชุมคณะกมธ.ยกร่างฯในวันที่ 24 ก.พ.จะเริ่มตั้งแต่เวลา 9.00น.โดยจะพิจารณาในหมวดของรัฐสภาต่อเนื่อง ซึ่งรวมไปถึงการกำหนดกระบวนการเลือกตั้งสส.และการได้มาซึ่งสว.
ภาพประกอบข่าว







