
พท.แฉ พบข้อมูลปั่นหุ้นเพิ่ม
เพื่อไทย”ระบุพบข้อมูลเพิ่มเติม ปั่นหุ้น เอี่ยวข่าวซื้อคืน”ไทยคม” เดินหน้ายื่น กมธ.-กลต.สอบควบคู่ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่าทีมเศรษฐกิจของพรรคได้หารือกรณีการปั่นหุ้นไทยคม โดยมีข้อมูลเพิ่มจากการตรวจสอบพบว่ามีกระบวนการในลักษณะปั่นหุ้นสูงผิดปกติในช่วงวันที่14 -17 มิถุนายนที่ผ่านมาและ ทราบว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง และทราบข้อมูลการซื้อขายภายในเข้ามาดำเนินการเหมือนครั้งตอนที่มีการ เทคโอเวอร์ ธนาคารนครหลวงไทย และ ธนาคารสินเอเซีย ในอดีตซึ่งเกิดในยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสิ้นและการตรวจสอบเรื่องนี้ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. ต้องอยู่บนความกดดัน เพราะมีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น คณะทำงานของพรรคฯจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการการคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบเรื่องนี้ ควบคู่ไปกับการตรวจสอบของ กลต.
เพื่อไทย”ระบุพบข้อมูลเพิ่มเติม ปั่นหุ้น เอี่ยวข่าวซื้อคืน”ไทยคม” เดินหน้ายื่น กมธ.-กลต.สอบควบคู่
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่าทีมเศรษฐกิจของพรรคได้หารือกรณีการปั่นหุ้นไทยคม โดยมีข้อมูลเพิ่มจากการตรวจสอบพบว่ามีกระบวนการในลักษณะปั่นหุ้นสูงผิดปกติในช่วงวันที่14 -17 มิถุนายนที่ผ่านมาและ ทราบว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง และทราบข้อมูลการซื้อขายภายในเข้ามาดำเนินการเหมือนครั้งตอนที่มีการ เทคโอเวอร์ ธนาคารนครหลวงไทย และ ธนาคารสินเอเซีย ในอดีตซึ่งเกิดในยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสิ้นและการตรวจสอบเรื่องนี้ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. ต้องอยู่บนความกดดัน เพราะมีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น คณะทำงานของพรรคฯจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการการคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบเรื่องนี้ ควบคู่ไปกับการตรวจสอบของ กลต.
ด้านนายประเกียรติ นาสิมมา ฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย ระบุว่า รัฐบาลไม่ได้มีเจตนาที่จะซื้อดาวเทียมไทยคมตั้งแต่ต้น แต่เหตุเริ่มจากการที่ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายศิริโชค โสภา คนสนิทนายกรัฐมนตรี เดินทางไปสิงคโปร์ เพื่อเจรจาซื้อดาวเทียม จากนั้นได้มีการทยอยซื้อขายหุ้นตั้งแต่เดือน มีนาคมที่ผ่านมา เป็นจำนวน 200 -300 ล้านบาท รวมถึงมีการวางแผนการณ์สร้างกระแสความรักชาติ ก่อนที่รัฐบาลจะออกมาให้ข่าวการซื้อดาวเทียม ทั้งนี้ ระเบียบของตลาดหลักทรัพย์ การออกประกาศใด ที่จะมีผลกระทบต่อราคาหุ้น ต้องมีการแจ้งหยุดการซื้อขายต่อตลาดหลักทรัพย์ก่อนซึ่งนายกรณ์ ในฐานะอดีตเคยเป็นโบรกเกอร์ น่าจะทราบเรื่องนี้ดี ดังนั้น กลต.ควรตรวจสอบประเด็นนี้ว่า นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ ก่อนออกมาประกาศซื้อดาวเทียมหรือไม่ซึ่งคณะทำงานฯ จะรวบรวมข้อมูลเรื่องนี้มาเปิดเผยอีกครั้ง







